คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 320/2491
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิดของจำเลยได้ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษายกฟ้องจำเลยที่มิได้ฎีกาขึ้นมาด้วยได้ แม้ว่าเหตุแห่งการยกฟ้องนั้นจะเป็นเหตุในลักษณะคดีก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ในคดีที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยหลายคน จำเลยบางคนฎีกาขอให้ยกฟ้องนั้น เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าพะยานหลักฐานโจทก์ยังเชื่อฟังไม่ได้ว่า ได้มีการทำผิดดังฟ้อง ซึ่งเป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลฎีกาย่อมพิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยที่มิได้ฎีกาขึ้น มาด้วยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้งสองกับพวกสมคบกันปล้นทรัพย์นายนุ่น นายสุข
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ตามฟ้อง
นายรัก เทพอักษร จำเลยที่ ๑ ผู้เดียวฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีโจทก์ยังไม่มีความแน่นอนพอจะลงโทษจำเลยได้ และแม้นายโซ้ยจำเลยจะมิได้ฎีกา เมื่อพะยานหลักฐานโจทก์ยังเชื่อฟังไม่ได้ว่ามีการทำผิดดังฟ้องเป็นเหตุในลักษณะคดี นายโซ้ยจำเลยย่อมได้รับผลแห่งคำวินิจฉัยนี้ด้วย จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลยทั้งสอง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 320/2491
อัยยการตรัง โจทก์
นายรัก เทพอัการ นายโซ้ย อ่อนน้อม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการตรัง · จำเลย - นายรัก เทพอัการ นายโซ้ย อ่อนน้อม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นิติธรรมประกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายสงวนชัย อุทรเทพ · ศาลอุทธรณ์ - พระมนูกิจวิมลอรรถ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา