คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 423/2491
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยรับสารภาพในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกสูง ศาลต้องฟังพยานหลักฐานของโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยกระทำผิดจริง โดยพยานหลักฐานนั้นไม่จำเป็นต้องถึงขนาดลงโทษจำเลยได้หากจำเลยปฏิเสธ เพียงแต่ต้องมีเหตุผลแวดล้อมให้ศาลเชื่อว่าจำเลยรับสารภาพตามความจริงและไม่มีเหตุสงสัยว่าจะรับแทนผู้อื่น.
ย่อคำพิพากษา
ในคดีที่จำเลยรับสารภาพแต่เพราะเป็นคดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงถึง 10 ปี ศาลจึงต้องฟังพยานโจทก์ต่อไปจนกว่าจะเป็นที่พอใจว่าจำเลยกระทำผิดจริงนั้นพยานที่ศาลจะต้องฟังนี้ ไม่จำเป็นที่จะต้องถึงขนาดที่จะใช้ลงโทษได้อย่างในคดีที่จำเลยปฏิเสธเพียงแต่มีเหตุผลแวดล้อมให้เป็นที่พอใจศาลว่าจำเลยให้การรับสารภาพตามความจริง ไม่มีเหตุผลสงสัยว่าจะรับแทนผู้อื่นแล้วก็พอฟังลงโทษจำเลยได้ เพราะมีคำรับของจำเลยเป็นหลักอยู่แล้ว.
โจทก์มีพยานเห็นจำเลยกับผู้ตายและผู้อื่นเกิดทุ่มเถียงกันในวงเสพสุรา ต่อมาในเวลาใกล้ชิดกันนั้น มีผู้พบศพผู้ตายในวงเสพสุรานั้น เมื่อจำเลยรับสารภาพโดยดีว่าได้เป็นผู้ทำร้ายผู้ตาย ตายศาลฟังว่าจำเลยทำร้ายผู้ตาย ตายดังคำรับสารภาพได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยใช้มีดฟันและแทงนายสิงห์ตายโดยเจตนา ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๔๙
จำเลยให้การรับสารภาพว่าได้ทำร้ายนายสิงห์ตายจริงแต่มิได้มีเจตนาฆ่า
โจทก์มีพยานมาสืบประกอบว่า ในวันโจทก์หาจำเลยชวนนายสิงห์ไปต้มสุราเถื่อนเลี้ยงกันที่ลานนาจำเลย เวลาจวนค่ำ นายนาคพยานเดินผ่านไปทางนั้น นายสิงห์เรียกให้เข้าร่วมวงเสพสุรา ในวงสุรามีนายวิงห์กับจำเลยกับคนอื่นอีก ๓ คน นายนาคเสพสุราเล็กน้อยแล้วก็ไป ต่อมาเวลาค่ำ นายสุดพยานเดินผ่านไป เห็นมีคน ๕-๖ คน พูดทุ่มเถียงกันอยู่ในวงเสพสุรานั้น ไม่ทราบว่าเถียงกันเรื่องอะไรคงจำเสียงที่ทุ่มเถียงกันว่า มีจำเลย นายสิงห์นายพวงอยู่ด้วย แล้วนายสุดเดินเลยไป พอเวลา ราว ๑ ทุ่ม ก็มีคนพบศพนายสิงห์นอนตายอยู่ในที่เกิดเหตุ คือวงเสพสุรานั้น มีบาดแผลถูกฟันแทง ๖ แห่ง
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๕๑-๕๙ จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าในคดีที่โจทก์ต้องสืบพยานประกอบคำรับสารภาพของจำเลย เพราะเป็นคดีมีอัตราโทษอย่างสูงถึง ๑๐ ปีนั้น พยานที่ศาลจะต้องฟังนี้ ไม่จำเป็นที่จะต้องถึงขนาดที่จะใช้ลงโทษได้อย่างในคดีที่จำเลยปฏิเสธ เพียงแต่มีเหตุผลแวดล้อมเป็นที่พอใจศาลว่าจำเลยให้การรับสารภาพตามความจริงก็พอฟังลงโทษจำเลยได้ เพราะมีคำรับของจำเลยเป็นหลักอยู่แล้ว และเห็นว่าปรากฎตามพยานว่า จำเลยเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดยใกล้ชิด และรับสารภาพโดยดีว่าเป็นผู้ทำร้ายนายสิงห์ตายเช่นนี้ พอเชื่อได้ว่าจำเลยรับสารภาพจริง ไม่มีเหตุอะไรควรสงสัยว่าจำเลยรับแทนผู้อื่น จึงพิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 423/2491
อัยยการนครราชสีมา โจทก์
นายทน เพ็ชร์กลาง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครราชสีมา · จำเลย - นายทน เพ็ชร์กลาง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชาวินิจฉัย · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงวิชาเนตินัย · ศาลอุทธรณ์ - พระนิติธรรมประกรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา