คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 815/2491
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อศาลพิพากษาตามยอมและมีคำสั่งบังคับตามยอมแล้ว ถือว่ามีคำบังคับแล้ว
2. คำพิพากษาตามยอมที่เด็ดขาดถึงที่สุดแล้ว ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลแห่งคำพิพากษาได้ด้วยกฎหมายอื่น
ย่อคำพิพากษา
ศาลได้พิพากษาตามยอม และมีคำสั่งท้ายคำพิพากษานั้นว่า บังคับตามยอมและต่อมาออกหมายบังคับคดีต่อจำเลยอีก ดังนี้แสดงว่า มีคำบังคับแล้ว
เมื่อจำเลยทำยอมรื้อสิ่งปลูกสร้างออกจากที่เช่า และศาลพิพากษาตามยอม ดังนี้เป็นคำพิพากษาที่เด็ดขาดถึงที่สุดแล้ว จะอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า มาเปลี่ยนแปลงผลแห่งคำพิพากษาเป็นอย่างอื่นไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ความว่า จำเลยทำสัญญายอมความ มีความว่า จำเลยยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ศาลได้พิพากษาตามยอมและออกหมายบังคับคดีแล้ว ได้พิพากษาตามยอมและออกหมายบังคับคดีแล้วจำเลยไม่รื้อ ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้จำเลยรื้อถอนให้เสร็จภายใน ๑๐ วัน
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลได้พิพากษาตามยอม และมีคำสั่งท้ายคำพิพากษาว่า บังคับตามยอม และต่อมาออกหมายังคับคดีต่อจำเลยอีก ดังนี้แสดงว่า มีคำบังคับแล้ว ส่วนที่จำเลยอ้างว่าได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน นั้น เมื่อจำเลยทำยอมรื้อสิ่งปลูกสร้างออกจากที่เช่า และศาลพิพากษาตามยอม เป็นคำพิพากษาเด็ดขาดถึงที่สุดแล้ว จะอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่ามาเปลี่ยนแปลงผลคำพิพากษาให้เป็นอย่างอื่นไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 815/2491
นายสวัสดิ์ ลิ้มประเสริฐ โจทก์
นายเชี๊ยก หรือ ชวน ชำนาณจักร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสวัสดิ์ ลิ้มประเสริฐ · จำเลย - นายเชี๊ยก หรือ ชวน ชำนาณจักร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประวัติ ปัตตพงศ์ · ปรีชาวินิจฉัย · ทรงนิติกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิทเศจรรยารักษ์ (สั่ง) |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา