คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1165/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลปฏิเสธไม่รับฟังพยานหลักฐานของโจทก์เพราะความบกพร่องในการเสนอหลักฐาน หรือการยื่นพยานหลักฐานโดยฝ่าฝืนต่อวิธีพิจารณาความ และพิพากษายกฟ้อง ถือว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนข้ออ้าง และต้องห้ามมิให้โจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาหรือฟ้องคดีในประเด็นดังกล่าวอีก.
ย่อคำพิพากษา
ความบกพร่องของโจทก์ในการเสนอหลักฐาน ที่รับฟังไม่ได้ก็ดี หรือได้ยื่นพะยานหลักฐานโดยฝ่าฝืนต่อวิธีพิจารณาความก็ดี อันเป็นเหตุให้ศาลปฏิเสธ ไม่รับฟังพะยานหลักฐานของโจทก์ผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงนั้นแล้ว เมื่อศาลพิพากษายกฟ้อง ก็ได้ชื่อว่าโจทก์ไม่มีพะยานหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนข้ออ้างในประเด็นแห่งคดีที่โจทก์นำมาฟ้อง เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีของโจทก์แล้วกรณีต้องห้ามมิให้โจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาในประเด็นดังกล่าวอ้างของโจทก์ ในศาลนั้นอีก ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 144 และทั้งห้ามมิให้โจทก์ฟ้องใหม่อีกตามมาตรา 148 แม้คดีอยู่ในระหว่างพิจารณา โจทก์ก็ยังต้องห้ามมิให้ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลอีกตาม มาตรา 173.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ความว่า เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยครั้งหนึ่งแล้วเป็นคดีแพ่งแดงที่ ๑๐๑/๒๔๙๑ ขอให้เพิกถอนสัญญายอมความระหว่างนายคร้ามกับนายฟุ้งจำเลยในคดีแพ่งแดง ๒๐๔/๙๐ โดยอ้างเหตุว่า ที่ดินส่วนหนึ่งที่นายคร้ามจำเลยเอาไปทำยอมความให้แก่นายฟุ้งจำเลยนั้นเป็นกรรมสิทธิของโจทก์ ศาลชั้นต้นนัดสืบพะยานและอนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีครบ ๓ ครั้ง โจทก์ไม่มีพะยานมาสืบ ศาลสั่งงดสืบพะยานแล้วพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คู่ความฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว โจทก์ยื่นคำฟ้องต่อศาลฟ้องจำเลยในประเด็นข้อหาอย่างเดียวกับคดีแพ่งแดงที่ ๑๐๑/๒๔๙๑ และมีคำขอท้ายฟ้องอย่างเดียวกัน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแดงที่ ๑๐๑/๒๔๙๑ ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาว่า คดีเดิมของโจทก์ ศาลยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นที่ศาลยกฟ้อง ไม่ตัดสิทธิให้โจทก์ฟ้องใหม่
ศาลฎีกาเห็นว่า ความบกพร่องของโจทก์ในการเสนอพะยานหลักฐานที่รับฟังไม่ได้ก็ดี หรือได้ยื่นพะยานหลักฐานโดยฝ่าฝืนต่อวิธีพิจารณาความก็ดี อันเป็นเหตุให้ศาลปฏิเสธไม่รับฟังพะยานหลักฐานของโจทก์ผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงนั้นแล้ว เมื่อศาลพิพากษายกฟ้อง ก็ได้ชื่อว่าโจทก์ไม่มีพะยานหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนข้ออ้างในประเด็นที่โจทก์นำมาฟ้อง เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีของโจทก์นั้นแล้ว กรณีต้องห้ามมิให้โจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาในประเด็นข้อกล่าวอ้างของโจทก์ในศาลนั้นอีก ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา ๑๔๔ ทั้งห้ามมิให้โจทก์ฟ้องใหม่อีก ตามมาตรา ๑๔๘ แม้คดีอยู่ในระหว่างพิจารณา โจทก์ก็ยังต้องห้ามมิให้ยื่นคำฟ้องในเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลอีกตามมาตรา ๑๗๓ คำพิพากษาคดีแพ่งแดงที่ ๑๐๑/๒๔๙๑ ไม่มีข้อความใดที่จะแสดงว่า ได้ยกฟ้องโจทก์ โดยไม่ตัดสิทธิ โจทก์นำคำฟ้องมายื่นใหม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1165/2492
นายฟัก พะนารี ที่ 1, นายตุ๊ พะนารี ที่ 2,
นางหวน มีพัฒนะ ที่ 3, นายเยื้อน สุกใส และนางเรือง พะนารี ในฐานะผู้แทน
โดยชอบธรรมของเด็กชายจำลอง โจทก์
นายฟุ้ง พิทักษ์เถื่อน ที่ 1, นายคร้ม บัวขาว ที่ 2 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | 2, - นายฟัก พะนารี ที่ 1, นายตุ๊ พะนารี ที่ · ในฐานะผู้แทน - นางหวน มีพัฒนะ ที่ 3, นายเยื้อน สุกใส และนางเรือง พะนารี · โจทก์ - โดยชอบธรรมของเด็กชายจำลอง · ล. - นายฟุ้ง พิทักษ์เถื่อน ที่ 1, นายคร้ม บัวขาว ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอ่างทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายพร สารสิทธิประกาศ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา