⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2881/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2881/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบถึงที่มาของทรัพย์สินที่ได้มาก่อนสมรส ไม่ถือเป็นการนำสืบนอกคำให้การ แม้คำให้การจะระบุว่าทรัพย์สินนั้นเป็นสินเดิมของบุคคลหนึ่งก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การว่า ที่ดินตามฟ้องไม่ใช่สินสมรสระหว่าง ป. กับ ล. ซึ่งเป็นบิดามารดาโจทก์และจำเลย แต่เป็นสินเดิมของ ล.มาก่อนสมรส ในชั้นพิจารณาจำเลยนำสืบว่าที่ดินดังกล่าวเป็นมรดกของ ป. มารดาของ ล. ตกได้แก่ ล. ดังนี้ ข้อนำสืบของจำเลยเป็นการนำสืบถึงที่มาของที่ดินที่ ล. ได้มาก่อนทำการสมรสกับ บ.อยู่นั่นเอง จึงมิใช่เป็นการนำสืบนอกคำให้การแต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายบังภู่ ดวงวิชัยตามคำสั่งศาล โจทก์กับจำเลยเป็นบุตรของนายบังภู่กับนางลูกอินทร์ระหว่างนายบังภู่กับนางลูกอินทร์อยู่กินด้วยกัน มีสินสมรสคือที่ดิน๑ แปลงพร้อมบ้านอีก ๒ หลัง นายบังภู่เป็นคนต่างด้าวไม่มีสิทธิลงชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินซึ่งมีตราจอง จึงให้นางลูกอินทร์ถือกรรมสิทธิ์แทน ต่อมานายบังภู่ถึงแก่กรรมบ้านและที่ดินอันเป็นสินสมรสของนายบังภู่ ๒ ใน ๓ ส่วน จึงเป็นมรดกตกทอดมายังบุตร๙ คน และนางลูกอินทร์คนละส่วน บุตรทุกคนและนางลูกอินทร์ครอบครองที่ดินมรดกร่วมกันมาจนกระทั่งนางลูกอินทร์ถึงแก่กรรม ก่อนถึงแก่กรรนางลูกอินทร์ได้ทำพินัยกรรมยกบ้านและที่ดินทั้งหมดให้จำเลยทั้งสองโดยไม่มีสิทธิ ขอให้พิพากษาว่าทรัพย์มรดกดังกล่าวเป็นสินสมรสและมรดกของนายบังภู่ ๒ ใน ๓ ส่วน ให้โจทก์มีสิทธินำมาแบ่งปันแก่ทายาทต่อไป พินัยกรรมของนางลูกอินทร์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่ดินตามฟ้องไม่ใช่สินสมรสระหว่างนายบังภู่กับนางลูกอินทร์ แต่เป็นสินเดิมของนางลูกอินทร์จึงมีชื่อนางลูกอินทร์เป็นเจ้าของผู้เดียว นายบังภู่กับนางลูกอินทร์ได้จดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยา และแบ่งทรัพย์สินกันโดยนางลูกอินทร์ได้ทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องเป็นของตนทั้งหมดและครอบครองฝ่ายเดียวตลอดมาจนกระทั่งถึงแก่กรรม ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีว่าที่ดินตามตราจองเลขที่ ๒๘ เนื้อที่ ๓ ไร่ ๑ งาน ๖๕ ตารางวาตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๑ ไม่ใช่สินสมรสระหว่างนายบังภู่กับนางลูกอินทร์ แต่เป็นสินเดิมของนางลูกอินทร์มาก่อนแต่งงานกับนายบังภู่ แต่ในชั้นพิจารณาจำเลยกลับนำสืบว่า ที่ดินพิพาทตามฟ้องเนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่ ในตราจองเลขที่ ๒๘ เป็นมรดกของนางเปลี่ยนมารดานางลูกอินทร์ตกได้แก่นางลูกอินทร์ ข้อนำสืบดังกล่าวของจำเลยจึงเป็นการนำสืบนอกคำให้การนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อนำสืบดังกล่าวของจำเลยเป็นการนำสืบถึงที่มาของที่ดินที่นางลูกอินทร์ได้มาก่อนทำการสมรสกับนายบังภู่อยู่นั่นเอง จึงมิใช่เป็นการนำสืบนอกคำให้การจำเลยดังที่โจทก์ฎีกา และศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า นายบังภู่กับนางลูกอินทร์ได้จดทะเบียนหย่ากันโดยมีการแบ่งทรัพย์สินกันไปเรียบร้อยแล้วดังที่จำเลยนำสืบ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2881/2532 นายประสิทธิ์ ดวงวิชัย โจทก์ นางสาว มารศรี ดวงวิชัย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสิทธิ์ ดวงวิชัย · จำเลย - นางสาว มารศรี ดวงวิชัย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นางสาวสมลักษณ์ จัดกระบวนพล · ศาลอุทธรณ์ - นายราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13107/2556ฎีกา 2749/2538ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 2307/2518ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 2732/2534ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 149/2526ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา