⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4097/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4097/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลเคยมีคำพิพากษาในคดีก่อน โดยวินิจฉัยเพียงประเด็นเรื่องข้อตกลงระหว่างคู่สมรสที่จะไม่ใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆ ต่อกัน และยกฟ้องโดยไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีว่าทรัพย์สินพิพาทเป็นสินสมรสหรือไม่นั้น เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องใหม่ โดยอาศัยเหตุแห่งการละเมิดและเรียกทรัพย์สินคืน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต่างจากคดีก่อน จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ.

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 แต่ผู้เดียวขอแบ่งที่ดินและตึกพิพาท อ้างว่าเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ประเด็นในคดีจึงมีว่า ที่ดินและตึกพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 หรือไม ่ศาลพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงที่จะไม่ใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆ ต่อกันอีก เพราะไม่มีสินสมรสระหว่างที่เป็นสามีภรรยากันโจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 2 ไม่ได้ ซึ่งยังมิได้วินิจฉัย ในประเด็นแห่งคดี ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินและตึกพิพาทกับทรัพย์สินในตึกพิพาทที่เป็นของตนทั้งหมดคืนมา อ้างว่าจำเลยที่ 2 ข่มขู่ เอาที่ดินและตึกไปเป็นของตน และกีดกันขัดขวาง มิให้โจทก์ได้ครอบครองใช้สอยทรัพย์สินภายในตึกพิพาท เป็นฟ้อง กรณีละเมิดและเรียกทรัพย์คืน ประเด็นที่จะวินิจฉัย จึงอาศัยเหตุที่ต่างกันกับคดีก่อนไม่เป็นฟ้องซ้ำ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นพี่เขยโจทก์และเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมตึกแถวแทนโจทก์ ต่อมาจำเลยที่ ๒ ข่มขู่จำเลยที่ ๑ ให้ลงชื่อในหนังสือมอบอำนาจและมอบโฉนดที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ ๒ แล้วจำเลยที่ ๒ ไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทเป็นของตน ทั้งจ้างวานให้บุคคลอื่นเอาโซ่ล่ามคล้องกุญแจ ปิดประตูตึกแถวของโจทก์ จึงฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองโอนที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาทกับเครื่องเรือนภายในคืนโจทก์ภายใน ๗ วัน หากไม่จัดการให้ใช้ราคา ๕๑๐,๐๐๐ บาทกับค่าเสียหาย ๑๕,๐๐๐ บาท ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๒,๕๐๐ บาทนับแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๒๔ จนกว่าจะโอนเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่าถูกจำเลยที่ ๒ กับพวกข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีอาญาจึงกลัวโอนที่ดินไปและพร้อมจะโอนคืน ไม่รู้เห็นกรณีจำเลยที่ ๒ ครอบครองตึกแถวและสิ่งของภายในตึกแถว ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การและแก้ไขคำให้การว่า ที่ดินและตึกแถวพิพาท มิใช่ของโจทก์จำเลยที่ ๑ มิได้ถือกรรมสิทธิ์แทนโจทก์ ขณะโจทก์เป็นภรรยาจำเลยที่ ๒ โจทก์หลอกลวงเอาเงินจากนายเง็กเตียวบิดาจำเลยที่ ๒ ไปซื้อที่ดินและตึกแถวอ้างว่าได้ราคาถูกจำเลยที่ ๑ ยอมโอนตึกพิพาทให้จำเลยที่ ๒ เพราะนายเง็กเตียวเป็นคนต่างด้าวทรัพย์สินในตึกพิพาทเป็นของนายเง็กเตียว เฟอร์นิเจอร์ในตึกพิพาทเป็นของนางเง็กเตียวจัดหามาไว้เพื่อดำเนินธุรกิจการค้า จำเลยที่ ๒ ไม่เคยใช้ผู้ใดเอาโซ่ไปล่ามและคล้องกุญแจตึกพิพาท โจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ ๒ เกี่ยวกับที่ดินและตึกพิพาทมาแล้ว จึงเป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามโอนที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๑๓๔๓ พร้อมตึกแถวคืนโจทก์ภายใน ๗ วัน หากโอนไม่ได้ให้ใช้เงิน ๔๕๐,๐๐๐ บาทให้จำเลยที่ ๒ คืนเครื่องเฟอร์นิเจอร์ ที่นอน และจักรเย็บผ้า หากคืนไม่ได้ให้ใช้เงิน ๖๐,๐๐๐ บาท กับให้ใช้เงินเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท นับแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๒๔ เป็นต้นไปจนกว่าจะโอนที่ดินและตึกแถวคืนแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ ว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๖๕๔/๒๕๒๔ ของศาลชั้นต้นระหว่างนางกรรณิกา พิสิฐมณีโรจน์ โจทก์ นายสุรชัย ทรงพลโรจนกุล จำเลย หรือไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนการโอนที่ดินและตึกพิพาทมาเป็นของโจทก์หรือไม่ ทรัพย์สินในตึกพิพาทตามฟ้องเป็นของโจทก์หรือไม่ และโจทก์เสียหายหรือไม่ เพียงใด ปัญหาแรกกรณีฟ้องซ้ำนั้น คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอแบ่งที่ดินและตึกพิพาทอ้างว่าเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ ประเด็นในคดีจึงมีว่าที่ดินและตึกพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ หรือไม่ เห็นว่าคดีก่อนโจทก์ฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒ ผู้เดียวขอแบ่งที่ดินและตึกพิพาทอ้างว่าเป็นสินสมรสศาลพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงที่จะไม่ใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆต่อกันอีก เพราะไม่มีสินสมรสระหว่างที่เป็นสามีภรรยากัน โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ ซึ่งยังมิได้วินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีส่วนคดีนี้ โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินและตึกพิพาทกับทรัพย์สินในตึกพิพาทที่เป็นของตนทั้งหมดคืนมา อ้างว่าจำเลยที่ ๒ ข่มขู่เอาที่ดินและตึกไปเป็นของตน และกีดกันขัดขวางมิให้โจทก์ได้ครอบครองใช้สอยทรัพย์สินภายในตึกพิพาท เป็นฟ้องกรณีละเมิดและเรียกทรัพย์คืน ประเด็นที่จะวินิจฉัย จึงอาศัยเหตุที่ต่างกันกับคดีก่อนฟ้องคดีนี้ จึงไม่ซ้ำกับคดีดังกล่าว ปัญหาต่อไปที่ว่า มีเหตุที่จะเพิกถอนการโอนที่ดินและตึกพิพาทมาเป็นของโจทก์หรือไม่นั้น เห็นว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอเพิกถอนการโอนที่ดินและตึกพิพาทตามฟ้อง ส่วนปัญหาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินในตึกพิพาทนั้น เชื่อว่าทรัพย์สินในตึกพิพาทตามฟ้องเป็นของโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๒ ส่งมอบทรัพย์สินในตึกพิพาทตามฟ้องแก่โจทก์ทั้งหมด หากส่งมอบไม่ได้ก็ให้ใช้เงิน ๖๐,๐๐๐ บาท ส่วนข้อที่ให้โอนที่ดินและตึกพิพาทคืนนโจทก์นั้น ให้ยก ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4097/2528 นางกรรณิการ์ พิศิษฐ์มณีโรจน์ โจทก์ นายสวัสดิ์ ธนวัฒนานุกูล ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกรรณิการ์ พิศิษฐ์มณีโรจน์ · จำเลย - นายสวัสดิ์ ธนวัฒนานุกูล ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประการ กาญจนศูนย์ · กิติ บูรพรรณ์ · ประพันธ์ ผลฉาย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายกิตติศักดิ์ ศิริรักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง กลั่นสุภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 2570/2554ฎีกา 345/2495ฎีกา 2779/2544ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 2585/2525ฎีกา 3195/2540ฎีกา 5283/2540ฎีกา 3785/2545ฎีกา 7706/2548ฎีกา 1182/2491ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1081/2549ฎีกา 1642/2545ฎีกา 261/2506ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา