⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 126/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 126/2492

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์ จะต้องบรรยายให้ชัดแจ้งว่าจำเลยได้ขายทรัพย์ที่ได้รับมอบหมายไปแล้ว.

ย่อคำพิพากษา

คดีหาว่า จำเลยยักยอกแหวนของโจทก์ที่ฝากจำเลยขายนั้น คำฟ้องของโจทก์จะต้องปรากฎให้แจ้งชัดว่า จำเลยได้ขายแหวนที่ได้รับมอบหมายไปจากโจทก์แล้ว มิฉะนั้นจะกล่าวหาว่าจำเลยยักยอกแหวนมิได้. ฟ้องกล่าวว่า จำเลยรับแหวนไปแล้ว ไม่เอาแหวนหรือเงินมาให้โจทก์ ครั้นโจทก์ทวงถามกลับโต้เถียงว่าคืนให้แล้วนั้น เป็นแต่แสดงเหตุที่ทำให้โจทก์รู้สึกตัวว่าถูกโกงเท่านั้น หาใช่เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้ขายแหวนแต่ยักยอกเสีย อันเป็นองค์ความผิดฐานยักยอกแหวนให้แน่ชัดลงไปไม่ จึงเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและศาลจะสั่งให้โจทก์แก้ หรือเพิ่มเติมข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ ก็ไม่ได้ เพราะฟ้องขาดข้อเท็จจริงที่เป็นองค์ความผิด ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้ขอแก้ฟ้อง ต้องพิพากษายกฟ้อง./

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.314 กฎหมายลักษณะอาญา ม.319 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.164

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้มอบแหวนมรกตล้อมเพ็ชร ๑ วง ราคา ๓๐๐๐ บาท ให้จำเลยไปขาย เมื่อขายได้แล้วให้จำเลยส่งเงิน ๓๐๐๐ บาทให้โจทก์ ถ้าขายไม่ได้ให้จำเลยส่งแหวนคืน จำเลยรับแหวนไปแล้วโจทก์ทวงถามก็แกล้งผัดเพี้ยนไปต่าง ๆ นานา วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๔๙๐ โจทก์ทวงถามอีก จำเลยว่าได้คืนให้โจทก์แล้ว โจทก์จึงรู้สึกตัวว่าถูกจำเลยยักยอก ขอให้ลงโทษฐานยักยอก ตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๓๑๔, ๓๑๙ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า ฟ้องเคลือบคลุม, ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า ฟ้องขอโจทก์ถูกต้องตามกฎหมายแต่ถึงหากไม่ถูกต้อง ศาลก็ควรให้โอกาสโจทก์แก้ฟ้องให้ถูกต้องเสียก่อน ไม่ควรพิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำฟ้องของโจทก์ไม่ได้ความว่าจำเลยได้ขายแหวนที่ได้รับมอบหมายไปจากโจทก์หรือไม่ซึ่งความข้อนี้ต้องปรากฎแจ้งขัดในคำพ้อง เพราะถ้าจำเลยได้ขายแหวนไปแล้ว ก็เป็นอันได้ปฏิบัติตามที่โจทก์ได้มอบหมายไปให้จัดการแล้ว จะกล่าวหาว่า จำเลยยักยอกแหวนมิได้ โจทก์กล่าวในคำพ้องว่าจำเลยรับแหวนไปแล้วไม่เอาแหวนหรือเงินมาคืนให้โจทก์ ๆ ทวงถาม กลับโต้เถียงว่าคืนให้แล้วนั้น เป็นแต่แสดงเหตุที่ทำให้โจทก์รู้สึกตัวว่าถูกโกงเท่านั้น หาใช่เป็นการยืนยันว่าจำเลยไม่ได้ขายแหวน แต่กลับยักยอกไว้เสียไม่ เมื่อฟ้องของโจทก์ไม่ยืนยันข้อเท็จจริงที่จะเป็นองค์ความผิดฐานยักยอกแหวนให้แน่ชัดลงไป ก็เป็นฟองที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และศาลจะสั่งให้โจทก์แก้ หรือเพิ่มเติมข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ ก็ไม่ได้ เพราะเป็นฟ้องที่ขาดข้อเท็จจริง ที่เป็นองค์ความผิด ทั้งโจทก์ก็มิได้ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้อง พิพากษา./ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 126/2492 นางพิมพา ไชยสิทธิ โจทก์ นางป๊อก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางพิมพา ไชยสิทธิ · จำเลย - นางป๊อก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชาวินิจฉัย · จำรูญเนติศาสตร์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยรัตนพจนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา