คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2492
ย่อคำพิพากษา
ทำสัญญาจำนองที่ดินกันแต่ผู้จำนองได้สละการครอบครองให้ผู้รับจำนอง ได้เข้าครอบครองมาช้านานจนได้สิทธิแล้ว ผู้จำนองจะฟ้องขอไถ่คืนที่ดินหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ความว่า จำเลยจำนองที่สวนไว้ที่อำเภอ มีข้อสัญญาว่าจะไถ่ใน 3 ปี ครั้นครบ 3 ปีผู้จำนองได้ยกที่สวนให้โจทก์แทนการชำระหนี้โจทก์ได้ครอบครองที่มากว่า 10 ปีแล้ว ศาลล่างทั้ง 2 พิพากษาว่าจำเลยได้สละความครอบครอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377 โจทก์ได้ครอบครองไว้ด้วย ความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้วโจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ พิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องต่อไป
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ชั้นแรกแม้จะมีการจำนองกันอยู่ก็ดีแต่ฝ่ายผู้จำนองได้สละการครอบครอง และโจทก์ได้เข้าครอบครองมาช้านานจนได้สิทธิแล้ว คดีจำเลยไม่มีทางชนะ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2492
นายเกิด เมืองพรม โจทก์
นายเม้ง โชติสุวรรณ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเกิด เมืองพรม · จำเลย - นายเม้ง โชติสุวรรณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา · นนทปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา