คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 138/2492
ย่อคำพิพากษา
ของที่ถูกลักไปโดยไม่ปรากฎเหตุอื่นอีก ยังเรียกไม่ได้ว่าเป็นของตกของหายตามความหมาย ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 318
(อ้างฎีกา 739/2481)
โจทก์กล่าวในฟ้องเพียงว่า ไซของกลางเป็นของที่ถูกลัก แล้วจับได้จากจำเลย เมื่อไม่ปรากฎเหตุอื่นใดอีก ลงโทษจำเลยตามมาตรา 318 ไม่ได้./
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า คนร้ายได้ลักไซดักปลาของนายโสมไป เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยไซของนายโสมทั้งนี้โดยจำเลยเก็บเอาไซที่ถูกลักไม่แจ้งความต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามที่ ก.ม.บังคับไว้สำหรับการเก็บของตกของหาย ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๑๘ จำเลยให้การว่าเก็บของกลางได้ก่อนหน้าถูกจับ ๓ วัน โจทก์, จำเลยไม่สืบพะยาน ศาลเรียกสำนวนการสอบสวน แล้วฟังว่าเจ้าทุกข์ไม่ได้ร้องทุกข์พิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเจ้าทรัพย์แจ้งต่อผู้ใหญ่บ้านให้จับจำเลย นับว่าเป็นการร้องทุกข์ตาม ก.ม.แล้วพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริง แล้วพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฟ้องของโจทก์ไม่ได้กล่าวว่า ไซเป็นของตกของหาย กล่าวแต่ว่าเป็นของถูกลักแล้วจับได้จากจำเลย ๆ ไม่ได้ไปแจ้งความ ของที่ถูกลักไปโดยไม่ปรากฎเหตุอื่นใดอีก ยังเรียกไม่ได้ว่า เป็นของตกของหาย ตามความหมาย มาตรา ๓๑๘
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 138/2492
อัยยการชัยภูมิ โจทก์
นายปาน โลมะบุตร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการชัยภูมิ · จำเลย - นายปาน โลมะบุตร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · มนูภันย์วิมลสาร · ทรงนิติกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายแสวง จินดานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิภาคศน์นฤพนธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา