คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1448/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ศาลมีอำนาจตัดสินคดีได้ทันทีเมื่อข้อเท็จจริงชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้คู่ความแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การ
* การฟ้องคดีใหม่ตามข้อตกลงที่เปลี่ยนแปลงไปจากคดีเดิม ไม่ถือเป็นฟ้องซ้ำ หากประเด็นแห่งคดีแตกต่างกัน
* การยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความต้องระบุให้ชัดเจนว่าขาดอายุความตามกรณีใดหรือข้อใด มิฉะนั้นจะไม่มีประเด็นแห่งคดีให้วินิจฉัย
ย่อคำพิพากษา
เมื่อศาลเห็นว่า คดีได้ความชัดพอจะตัดสินได้แล้ว ศาลก็มีอำนาจตัดสินได้ โดยไม่ต้องมีการชี้สองสถาน ไม่เป็นการขัดต่อวิธีจารณาและไม่มีกฎหมายใดบังคับให้ศาลต้องรอการตัดสินไว้เพื่อให้โอกาศคู่ความที่จะแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง และคำให้การก่อน
เดิมโจทก์ฟ้อง เรียกเงินราคาแป้งที่โจทก์ขายให้จำเลย ศาลฎีกาพิพากษาในคดีนั้นว่า โจทก์,จำเลยได้ทำความตกลงกันใหม่ ยกเลิกสัญญาเดิมแล้ว ข้อที่หากันว่าผิดสัญญาจึงตกไป โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้เรียกเงินตามข้อตกลงใหม่ การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญาใหม่นี้ ย่อมเป็นคนละประเด็นกับเรื่องก่อนจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 148.
(อ้างฎีกาที่ 319/2492)
คดีที่ขาดอายุความ ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 165 มีหลายข้อหลายกรณี คำให้การของจำเลยกล่าวแต่ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความตามมาตรา 165 มิได้กล่าวว่าขาดอายุความในกรณีใดหรือข้อใดแม้อนุมาตราของมาตรา 165 ก็มิกล่าวถึง คดีจึงไม่มีประเด็นจะชี้ไปถึงว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ความว่า เดิมโจทก์ฟ้องเรียกเงินราคาแป้งที่โจทก์ขายให้แก่จำเลย ศาลฎีกาพิพากษาในคดีนั้นว่า โจทก์,จำเลยได้ทำความตกลงกันใหม่ ยกเลิกสัญญาเดิมแล้ว ข้อที่หากันว่าผิดสัญญาก็ตกไป ไม่มีเหตุที่ศาลจะบังคับให้ตามที่ขอมา เว้นแต่เงินมัดจำ เมื่อปรากฏว่าไม่ใช่สัญยาเดิมแล้ว และไม่ปรากฏว่าโจทก์มีสิทธิแต่อย่างใดจะยึด จึงพิพากษาให้โจทก์คืนมัดจำให้แก่จำเลยอย่างเดียว โจทก์จึงมาฟ้องเรียกค่าแป้งที่โจทก์ส่งให้จำเลยตามข้อตกลงใหม่ รวมเป็นเงิน ๖๔๐๐ บาท จำเลยให้การว่า โจทก์ฟ้องซ้ำต้องห้าม และคดีขาดอายุความคู่ความรับกันว่า ได้เป็นความกันในคดีแดงที่ ๓๐/๒๔๘๘ ของศาลจังหวัดพัทลุง ซึ่งคดีถึงที่สุดชั้นศาลฎีกาดังกล่าวแล้วข้างต้นศาลนักตัดสินในวันนั้นเอง จำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อน แล้วนัดชี้สองสถานเพื่อให้โอกาศแก่คู่ความได้แก้ไขเพิ่มเติมก่อนวันนัดชี้สองสถานด้วย ฝ่ายโจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา,
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
(๑) จำเลยฎีกาว่า การที่ศาลสอบถามคู่ความในวันนัดพร้อมแล้ว พิพากษาเสียเลย เป็นการตัดโอกาศจำเลยที่จะแก้ไขเพิ่มเติมข้อต่อสู้ ก่อนวันชี้สองสถานเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลเห็นว่าคดีได้ความชัดพอจะตัดสินได้แล้ว ศาลก็มีอำนาจตัดสินได้โดยไม่ต้องมีการชี้สองสถาน ไม่เป็นการขัดต่อวิธีพิจารณาและไม่มีกฎหมายใดบังคับให้ศาลต้องรอการตัดสินไว้ เพื่อโอกาศคู่ความที่จะแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง และคำให้การก่อนดังจำเลยอ้าง ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น.
(๒) จำเลยฎีกาว่าโจทก์ฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ต้องห้าม ป.ม.วิ.แพ่ง ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องของโจทก์ได้กล่าวถึงมูลกรณีเดิมที่โจทก์,จำเลยทำสัญญาซื้อขายแป้งต่อกัน แล้วโจทก์บรรยายต่อไปถึงการที่โจทก์,จำเลยเลิกสัญญา และทำความตกลงกันใหม่ทำนองเดียวที่ศาลฎีกาพิพากษาในคดีก่อน และโจทก์ฟ้องเรียกเงินตามข้อตกลงใหม่นี้ การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญาใหม่ ย่อมเป็นประเด็นคนละเรื่องกับคดีก่อน จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา ๑๔๘
(๓) จำเลยฎีกาว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความศาลฎีกาเห็นว่า คดีที่จะขาดอายุความตามมาตรา ๑๖๕ มีหลายข้อหลายกรณี ตามคำหใ้การของจำเลยเป็นแต่กล่าวว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความตามมาตรา ๑๖๕ มิได้กล่าวเลยว่า ขาดอายุความในกรณีข้อใด แม้แต่อนุมาตราของมาตรา ๑๖๕ ก็มิได้กล่าวถึง ไม่สามารถจะเข้าใจได้ดังจำเลยอ้าง
พิพากษายืนตาม.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1448/2492
นายฉันท์ มงคล โจทก์.
นายอนันต์คีรีวัฒน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์. - นายฉันท์ มงคล · จำเลย - นายอนันต์คีรีวัฒน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · ศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายเพี้ยง บุญรักษา · ศาลอุทธรณ์ - พระนาถปริญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา