คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1609/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่จะมีผลบังคับใช้ได้ ต้องปรากฏว่าคณะกรรมการได้มอบอำนาจให้ไว้ และการมอบอำนาจดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์ต้องนำสืบให้ได้ความชัดแจ้ง
ย่อคำพิพากษา
ประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดจะใช้บังคับได้ ต้องปรากฎว่าคณะกรรมการปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว ได้ให้อำนาจไว้ ประกาศให้อำนาจของคณะกรรมการปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.การค้าข้าวดังกล่าวไม่ใช่เป็นข้อกฎหมาย แต่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำอันหนึ่งในการกระทำทั้งหลายที่เป็นองค์ความผิด ซึ่งโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความชัดแจ้ง
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยฝ่าฝืนประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามประกาศของคณะกรรมการปฏิบัติตามการ พ.ร.บ.การค้าข้าว แต่ในฟ้องตอนต้นปรากฎว่าประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่อาศัยอำนาจตามความในประกาศของคณะกรรมการฉะบับเดือนมกราคม 2490 แต่ตามสำเนาประกาศท้ายฟ้องอ้างว่าอาศัยอำนาจตามความในประกาศของคณะกรรมการฉะบับเดือนกรกฎาคม 2490 ดังนี้ แม้จำเลยให้การรับสารภาพ ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ เพราะไม่รู้แน่ว่า ประกาศของพนักงาน ที่โจทก์หาว่าจำเลยฝ่าฝืน ออกมาโดยอาศัยอำนาจของคณะกรรมการฉะบับใด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยมีข้าวเปลือก ๒ เกวียนหลวง ๖๐ ถัง ไว้ในครอบครอง ไม่ไปแจ้งประมาณและสถานที่เก็บเป็นการฝ่าฝืนประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ ขอให้ลงโทษและริบข้าวของกลาง จำเลยรับสารภาพ และแถลงว่าจำเลยเป็นกสิกรชาวนา ข้าวเปลือกของกลางเป็นข้าวที่ผลิตได้จากนาของจำเลยเอง ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยเป็นกสิกรชาวนาหาจำต้องไปแจ้งปริมาณสถานที่เก็บไม่ พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๔๕ วันตามฟ้อง และให้รอการลงอาญาไว้ ริบข้าวของกลาง
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดนครราชสีมาจะใช้บังคับได้ จะต้องปรากฎว่าคณะกรรมการปฏิบัติการตามที่ พ.ร.บ.การค้าข้าวให้อำนาจไว้ ประกาศให้อำนาจของคณะกรรมการเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำอันหนึ่งในการกระทำทั้งหลายที่ปรากฎเป็นองค์ความผิด ฉะนั้นจึงต้องปรากฎชัดแจ้งแน่นอนว่าประกาศของพนักงานฯ ที่โจทก์หาว่าจำเลยฝ่าฝืนประกาศนั้น ได้ออกประกาศมาโดยอาศัยอำนาจจากประกาศของคณะกรรมการฉะบับใด ตามความตอนต้นปรากฎว่า อาศัยอำนาจตามความในประกาศของคณะกรรมการฉะบับเดือนมกราคม ๒๔๙๐ แต่ในสำเนาประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ส่งท้ายฟ้อง ปรากฎว่าอาศัยอำนาจตามความในประกาศของคณะกรรมการฉะบับเดือนกรกฎาคม ๒๔๙๐ ที่ต่างกับฉะบับต้น เพราะเหตุใดไม่ปรากฎ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ แต่ก็ไม่รู้แน่ว่า ประกาศของพนักงานที่โจทก์หาว่าจำเลยฝ่าฝืนนั้นออกมาโดยอาศัยอำนาจตามประกาศของคณะกรรมการฉะบับใด จะอาศัยต้นฉะบับหรือสำเนาประกาศของคณะกรรมการฯ ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ไม่มีในสำนวน เพราะโจทก์ไม่ได้นำส่งศาล ก็เป็นอันขาดข้อเท็จจริงที่แน่นอนสำหรับองค์ความผิด ที่กล่าวหาจำเลยก็ลงโทษจำเลยไม่ได้
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1609/2492
อัยยการนครราชสีมา โจทก์
นายคร่ำ แคลนกระโทก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครราชสีมา · จำเลย - นายคร่ำ แคลนกระโทก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชาวินิจฉัย · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายเช้า เฉิมช่วย · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยนิติศาสตร์โกศล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา