คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1810/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การระบุเวลาตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 158 (5) ให้พิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละคดี โดยสำคัญที่ฟ้องต้องกล่าวพอสมควรให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี.
ย่อคำพิพากษา
คำว่า เวลาตาม ป.ม.วิ.อาญา ม .158(5) หมายความตลอดถึงวันเดือนปีด้วย แต่คดีใด จะต้องระบุเวลากลางวันกลางคืนหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไปแล้วแต่กรณี ข้อสำคัญฟ้องให้กล่าวพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี
โจทก์ฟ้องว่า ได้ซื้อรถยนตร์จากผู้มีชื่อแต่รถยนตร์ชำรุด จึงได้ฝากจำเลยไว้ รุ่งขึ้นไปขอคืนจากจำเลย ปรากฎว่าเครื่องยนตร์ที่ฝากไว้บางแห่งหายไป ทราบว่าจำเลยยักยอกโดยมิได้ระบุในฟ้องว่าจำเลยทำผิดเวลาใด ถือว่าจำเลยทำผิดในวัน,เวลาที่ฝากกับวัน,เวลาที่ปรากฎของหาย ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๑ โจทก์กับนางล้วน เชื้อวงษ์ภรรยาได้ซื้อรถยนตร์บรรทุกคนโดยสาร ๑ คันไว้จากนางวงษ์ แต่รถยนตร์ชำรุดจึงได้มอบฝากรถยนตร์พร้อมทั้งเครื่องอุปกรณ์ไว้กับจำเลย รุ่งขึ้นวันที่ ๑๒ เดือนเดียวกัน โจทก์ไปขอรับคืนจากจำเลย ปรากฎว่าเครื่องอุปกรณ์หลายอย่างที่มอบฝากไว้ได้หายไป ทราบว่าจำเลยมีเจตนาทุจจริตยักยอกเป็นประโยชน์ตนเสีย ในระหว่างวันที่ ๑๑,-๑๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๑ ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๓๑๔
จำเลยให้การปฎิเสธ และว่าความจริงนางวงษ์ได้กู้เงินจำเลยแล้วมอบรถยนตร์ให้จำเลยยึดไว้เป็นประกัน
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยยักยอกทรัพย์ไป ไม่ได้กล่าวว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนเป็นฟ้องเคลือบคลุม พิพากษายกฟ้อง โดยสั่งงดสืบพะยาน.
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า มาตรา ๑๕๘(๕) ป.ม.วิ.อาญาไม่ได้บังคับว่าฟ้องต้องระบุว่าเกิดเหตุเวลากลางวันหรือกลางคืน การกระทำบางอย่างอาจต่อเนื่องกันหลาย ๆ วัน ฟ้องคดีนี้เป็นที่เข้าใจได้ในตัวว่า หมายถึงในระหว่างวันที่ ๑๑ ถึงวันที่ ๑๒ ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม พิพากษากลับ ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้พิจารณาพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คำว่า เวลา ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๕๘(๕) หมายความตลอดถึง วัน,เดือน,ปีด้วย ดังฟ้องฎีกาของจำเลย แต่เห็นว่าคดีใดจะต้องระบุเวลากลางวันกลางคืนหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไปแล้วแต่กรณี มีความสำคัญอยู่ที่ว่า กล่าวพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ฟ้องของโจทก์คดีนี้ชัดเจนพอที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาในเรื่องเวลาได้เป็นอย่างดีแล้ว กล่าวคือ โจทก์กับภริยาซื้อรถยนตร์เมื่อวันที่ ๑๑ และพอเข้าใจได้ดีว่ารถยนตร์ที่ซื้อชำรุดจึงได้มอบฝากไว้แก่จำเลยในวันที่ซื้อนั้น รุ่งขึ้นวันที่ ๑๒ เดือนเดียวกันจึงไปขอคืนจากจำเลย ปรากฎว่าเครื่องยนตร์ที่ฝากไว้บางอย่างหายไป จึงได้ทราบว่า จำเลยยักยอก โดยถือว่าจำเลยได้กระทำการยักยอกในระหว่างวันเวลาที่ฝากกับวันเวลาที่ปรากฎของหาย คือระหว่างวันที่ ๑๑-๑๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๑ ชั้นให้การต่อสู้คดีจำเลยก็มิได้คัดค้านเรื่องเวลา
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1810/2492
นายทองอยู่ คล้ายเชื้อวงษ์ โจทก์
นายดำ สุขประเสริฐ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทองอยู่ คล้ายเชื้อวงษ์ · ล. - นายดำ สุขประเสริฐ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครนายก - นายชุ่ม สุนทรชัย · ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลยไอศวรรย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา