⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 185/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2492

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คู่สมรสสามารถขอให้ศาลสั่งแยกสินบริคณห์ได้ แม้จะยังไม่ได้ฟ้องหย่า และการนำบทบัญญัติเรื่องสินสมรสมาใช้บังคับแก่การสมรสที่เกิดขึ้นก่อนกฎหมายมีผลใช้บังคับ ไม่ถือเป็นการกระทบกระเทือนถึงการสมรสหรือความสัมพันธ์ในครอบครัวตามที่กฎหมายยกเว้นไว้

ย่อคำพิพากษา

ก.ม.ลักษณะผัวเมียไม่ได้บัญญัติไว้ว่า ให้มีการแยกสินบริคณห์ โดยไม่ได้ฟ้องหย่า แต่ก็ไม่มีบังคับไว้ว่าถ้ายังไม่หย่า จะต้องบริคณห์ทรัพย์สินกันเสมอไปจะแยกมิได้ การที่จะนำ ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 1472, 1467 มาใช้แก่คู่สมรส ซึ่งสมรสก่อนใช้ ป.ม.แพ่ง ฯ บรรพ 5 จึงไม่เป็นการกระทบกระเทือน ถึงการสมรสหรือสัมพันธ์ในครอบครัวตามความหมายที่ พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ 5 แห่ง ป.ม.แพ่งฯ พ.ศ. 2477 มาตรา 4(1) ยกเว้นไว้แล้วนั้นแต่อย่างใด ฟ้องโจทก์ขอให้แยกสินบริคณห์ถ้าสั่งแยกไม่ได้ จึงขอให้สั่งให้โจทก์มีชื่อร่วมในโฉนด ไม่เป็นคำขอที่ขัดกันและไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะโจทก์ไม่ได้ขอทั้ง 2 อย่าง โจทก์ขออย่างแรกก่อน ต่อเมื่อไม่ได้ จึงขออย่างที่สอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1467 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1472 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยเป็นสามีภริยากัน ระหว่างอยู่กินด้วยกัน เกิดที่ดินเป็นสินสมรส ๔ แปลง จำเลยได้เอาที่ดินไปจำนองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ และไม่แบ่งเงินให้โจทก์ จำเลยยักย้ายและจะยักย้ายสินบริคณห์ต่อไปอีก จึงขอให้ศาลสั่งแยกสินบริคณห์ หรือถ้าสั่งไม่ได้ก็ให้โจทก์มีชื่อร่วมในโฉนด จำเลยให้การต่อสู้ว่า การที่โจทก์ขอให้ศาลแยกสินบริคณห์หรือลงชื่อในโฉนด โดยอาศัย ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๔๗๒,๑๔๖๗ นั้น ไม่เกี่ยวกับสามีภริยาที่สมรสกันก่อน ใช้ ป.ม.แพ่งฯ ดังระบุไว้ตาม พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติ ป.ม.แพ่งฯ บรรพ ๕ พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๔(๑) และขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกฎหมายเบื้องต้น ตามมาตรา ๒๔ ป.ม.วิ.แพ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์มีสิทธิอ้างเหตุที่สามีจัดการให้เกิดเสียหายแก่สินบริคณห์ขึ้น ขอแบ่งสินบริคณห์หรือให้ใส่ชื่อโจทก์ในเอกสารได้ ส่วนการแบ่งทรัพย์ต้องเป็นไปตามกฎหมายเก่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตาม พ.ร.บ. ให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ ๕ มาตรา ๔(๑) บทบัญญัติบรรพ ๕ ไม่กระทบกระเทือนถึงการสมรส ซึ่งได้มีอยู่ก่อนวันใช้ ป.ม.แพ่งฯ บรรพ ๕ ทั้งความสัมพันธ์ในครอบครัวอันเกิดแต่การสมรสนั้น ก.ม.ผัวเมียไม่ได้บัญญัติไว้ว่า ให้มีการแยกสินบริคณห์โดยไม่ได้ฟ้องหย่า แต่ก็ไม่มีบังคับไว้ว่า ถ้ายังไม่หย่าจะต้องบริคณห์ทรัพย์สินกันเสมอไป จะแยกมิได้ เรื่องลงชื่อในหนังสือสำคัญก็เช่นเดียวกัน การนำ ป.ม.แพ่งฯ บรรพ ๕ จึงไม่กระทบกระเทือนถึงการสมรส หรือสัมพันธ์ในครอบครัวตามความหมายที่ พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ ๕ แห่ง ป.ม.แพ่งฯ พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๔(๑) ยกเว้นไว้นั้นแต่อย่างใด ส่วนคำขอของโจทก์ ขอให้แยกสินบริคณห์ ถ้าสั่งแยกไมไ่ด้ จึงขอให้สั่งให้โจทก์มีชื่อร่วมในโฉนด คำขอเช่นนี้ไม่ขัดกัน ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะโจทก์ไม่ได้ขอทั้ง ๒ อย่าง โจทก์ขออย่างแรกก่อน ต่อเมื่อไม่ได้ จึงขออย่างที่สอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2492 นางเสริม ศรทอง โจทก์ นายเหมือน ศรทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเสริม ศรทอง · จำเลย - นายเหมือน ศรทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญ เนติศาสตร์ · ปรีชา วินิจฉัย · กมล เพียรพิทักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 767/2518ฎีกา 4810/2542ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 1236/2479ฎีกา 1083/2540ฎีกา 6105/2531ฎีกา 3589/2525ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 189/2540ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 9571/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา