⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 359/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 359/2492

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าคดีเป็นการฟ้องซ้ำหรือไม่ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงที่คู่ความโต้เถียงกันว่าฝ่ายใดเป็นผู้ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความก่อน.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องในฐานะผู้อนุญาตนายชัยยะว่า เดิมนายชัยยะให้จำเลยเช่าที่พิพาทแล้วผิดสัญญา นายชัยยะฟ้องขับไล่แล้ว นายชัยยะกับจำเลยได้ทำสัญญาปราณีประนอมยอมความกันต่อศาลว่า จำเลยยอมรับซื้อที่ดินและสิ่งของจำเลยหาได้ปฏิบัติตามสัญญานั้นไม่ กลับเพิกเฉยจนล่วงพ้นกำหนดในสัญญา และโดยเหตุที่ที่ดินเป็นของโจทก์ ๆ จึงถือว่าจำเลยอยู่ต่อมาเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ ส่วนจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาปราณีประนอมยอมความเอง ดังนี้ ถ้าข้อเท็จจริงเป็นอย่างโจทก์ว่า ฝ่ายจำเลยก็เป็นผู้ผิดสัญญาปราณีประนอมยอมความ การที่โจทก์มาฟ้องจำเลยเช่นนี้ อาจไม่เป็นฟ้องซ้ำก็ได้ ถ้าหากข้อเท็จจริงเป็นอย่างจำเลยว่า คือฝ่ายโจทก์เป็นผู้ผิดสัญญาปราณีประนอมยอมความนั้นเองแล้ว ก็อาจเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ซึ่งนายชัยยะทำยอมกับจำเลยไปแล้วก็ได้ ฉะนั้นการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าว จึงต้องฟังข้อเท็จจริงที่คู่ความโต้เถียงกันต่อไปก่อน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.148

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องในฐานะผู้อนุบาลนายชัยยะผู้วิกลจริตและในฐานะเป็นมารดาผู้ปกครองเด็กหญิงนงนุช ผู้เยาว์ โดยกล่าวว่านายชัยยะและเด็กหญิงนงนุชเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท จำเลยได้เช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในที่รายนี้ ต่อมาจำเลยผิดสัญญา นายชัยยะได้ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย แต่แล้วนายชัยยะกับจำเลยได้ทำยอมความกัน โดยจำเลยตกลงรับซื้อที่ดินและสิ่งของ ศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว แต่จำเลยหาได้ปฏิบัติตามสัญญาไม่ ฉะนั้นการที่จำเลยอยู่ต่อมา จึงเป็นการละเมิดสิทธิโจทก์ และจำเลยได้ผิดสัญญาเช่า จึงขอให้ขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่าสิทธิของโจทก์ระงับไปตามสัญญาปราณีประนอมยอมความแล้ว จะรื้อฟื้นขึ้นว่ากล่าวไม่ได้ และโจทก์เป็นผู้ผิดสัญญาปราณีประนอมยอมความเอง หากฝ่ายโจทก์รับปฏิบัติตามสัญญาปราณีประนอมยอมความโดยยินยอมโอนที่ดินตามฟ้องให้แก่จำเลยก็ยังเต็มใจที่จะปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้ ศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็นการฟ้องซ้ำ พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า หาเป็นการฟ้องซ้ำไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไป และพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา, ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ถ้าข้อเท็จจริงเป็นอย่างโจทก์ว่า คือฝ่ายจำเลยเป็นผู้ผิดสัญญาปราณีประนอมยอมความที่ทำกันไว้ การที่โจทก์มาฟ้องจำเลยเช่นนี้ อาจไม่เป็นการฟ้องซ้ำก็ได้ ถ้าข้อเท็จจริงเป็นอย่างจำเลยว่า คือ ฝ่ายโจทก์เป็นผู้ผิดสัญญาปราณีประนอมยอมความนั้นเองแล้ว ก็อาจเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ซึ่งนายชัยยะทำยอมความกับจำเลยไปแล้วก็ได้ ฉะนั้นการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องฟังข้อเท็จจริงที่คู่ความโต้เถียงกันไปก่อน ส่วนฟ้องโจทก์ในฐานะมารดาผู้ปกครองเด็กหญิงนงนุชนั้นตามคำบรรยายฟ้อง อาศัยเหตุอย่างเดียวกับที่ฟ้องในฐานะเป็นผู้อนุบาลนายชัยยะ จึงเป็นเรื่องต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไปเช่นเดียวกัน พิพากษาให้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 359/2492 นางสาคร ศิริลักษณ์ ผู้วิกลจริตและใน ฐานะเป็นมารดาผู้ปกครองเด็กหญิงนงนุช บุตร โจทก์ นายฮั้ว ยศวิไล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้วิกลจริตและใน - นางสาคร ศิริลักษณ์ · โจทก์ - ฐานะเป็นมารดาผู้ปกครองเด็กหญิงนงนุช บุตร · ล. - นายฮั้ว ยศวิไล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวัติ ปัตตพงศ์ · จำรูญเนติศาสตร์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายแก้ว เขมจรัส · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยวิทย์สรพิศาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1592/2521ฎีกา 541/2509ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534ฎีกา 82/2512ฎีกา 226/2532ฎีกา 7631/2552ฎีกา 746/2533ฎีกา 89/2502ฎีกา 459/2546ฎีกา 7600/2544ฎีกา 8771/2544ฎีกา 866/2493ฎีกา 1566/2552ฎีกา 270/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา