⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 669/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 669/2492

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างว่าตนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินและขอแบ่งผลประโยชน์จากทรัพย์สินนั้น ถือเป็นคำฟ้องที่สมบูรณ์แล้ว โดยไม่ต้องระบุถึงที่มาแห่งความเป็นเจ้าของร่วมนั้น ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ต้องนำสืบในชั้นพิจารณา

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่ามีกรรมสิทธิเป็นเจ้าของอ้อยร่วมกับจำเลย ขอแบ่งค่าอ้อยซึ่งจำเลยขายได้ อันเป็นส่วนของโจทก์ครึ่งหนึ่ง ดังนี้ย่อมเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 172 แล้ว ไม่จำต้องกล่าวว่า เป็นเจ้าของร่วมกันโดยทางใด ซึ่งเป็นรายละเอียดที่โจทก์จะต้องนำสืบในชั้นพิจารณาต่อไป ถ้าจำเลยต้องการทราบรายละเอียดในข้อนี้ ในวันชี้สองสถานหรือก่อนวันนั้น จำเลยมีสิทธิขอให้ศาลสอบถามโจทก์ให้แถลงในข้อนี้ได้ จำเลยเพิ่งจะมาคัดค้านในตอนสืบพะยานโจทก์ไปแล้วย่อมทำไม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยมีกรรมสิทธิเป็นเจ้าของอ้อยร่วมกัน ปลูกอยู่ในที่ดินของจำเลย จำเลยได้ตัดอ้อยขายได้เป็นเงิน ๑๗๗๕ บาท หักค่าลูกจ้างแล้ว คงเหลือเงิน ๑๗๒๕ บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ โจทก์จำเลยมีสิทธิคนละ ๑ ส่วน จำเลยไม่ยอมแบ่ง จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การปฏิเสธว่าอ้อยรายนี้เป็นของจำเลยปลูกขึ้นเอง เมื่อขายอ้อยแล้วไม่มีกำไรเหลือ ศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์จำเลยได้ตกลงปลูกอ้อยร่วมกัน เพื่อแบ่งกันกิน แต่ไม่ได้ตกลงว่าใครมีส่วนเท่าใด จึงต้องสันนิษฐานว่ามีส่วนเท่ากัน พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินให้โจทก์ ๗๒๕ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม เพราะมิได้กล่าวอ้างถึงที่มาแห่งกรรมสิทธิร่วมว่า ได้มีขึ้นโดยทางใด ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องขอแบ่งค่าอ้อย ซึ่งจำเลยได้ขายอันเป็นส่วนของโจทก์ครึ่งหนึ่ง และเหตุที่ขอแบ่ง ก็โดยมีกรรมสิทธิร่วมกัน อันเป็นหลักฐานแห่งข้อหา สมบูรณ์ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๑๗๒ แล้ว ส่วนที่ว่าเป็นเจ้าของร่วมกันโดยทางใดนั้นเป็นรายละเอียดซึ่งโจทก์จะต้องนำสืบในชั้นพิจารณาต่อไป ถ้าจำเลยต้องการทราบรายละเอียดในข้อนี้ในวันชี้สองสถานหรือก่อนวันนั้นจำเลยก็มีสิทธิขอให้ศาลสอบถามโจทก์ให้แถลงถึงข้อนี้ได้ จำเลยหาได้กระทำเช่นนั้นเพิ่งจะมาคัดค้านขึ้นในตอนสืบพะยานโจทก์ไปแล้ว ย่อมไม่ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 669/2492 นายขาว สวนม่วง โจทก์ นายกวา ไวยกูญ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายขาว สวนม่วง · ล. - นายกวา ไวยกูญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาถปรีชา · นนทปัญญา · นาถปริญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ - นายโชติ นิทธยุ · ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลย์ไอศวรรย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13107/2556ฎีกา 767/2518ฎีกา 7919/2553ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 56/2520ฎีกา 6039/2537ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 2224/2528ฎีกา 591/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา