⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 809/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2492

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลไม่ใช้สิทธิของตนภายในเวลาอันสมควร และปล่อยให้ผู้อื่นเข้าถือเอาสิทธิโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ย่อมเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5.

ย่อคำพิพากษา

ภรรยาได้ประกาศรับมฤดกที่ดินของสามีแล้วโอนขายให้บุคคลอื่น แม้จะปรากฎว่าภรรยามิได้จดทะเบียนสมรสก็ดี แต่ได้มีการไหว้ผีตามประเพณี และอยู่ร่วมกันโดยเปิดเผยจนมีบุตรด้วยกัน 3 คน การที่โอนขายให้แก่บุคคลผู้นั้น ก็เนื่องจากสัญญาเดิมที่สามีได้ทำไว้ ซึ่งเป็นการชอบด้วยศีลธรรม เมื่อภรรยามาประกาศรับมฤดก โจทก์ก็ไม่มาคัดค้าน ปล่อยให้ภรรยารับมฤดกมาโอนขายแก่บุคคลผู้นั้น ๆ รับซื้อไว้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน โจทก์จึงขอให้เพิกถอนนิติกรรม ดังนี้ ย่อมได้ชื่อว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 5 จะมาขอให้เพิกถอนนิติกรรมนั้นไม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายสายพี่ชายโจทก์มีชื่อถือกรรมสิทธิที่ดินนาร่วมกับโจทก์คนละครึ่ง แต่ยังไม่ได้แบ่งกันเป็นส่วนสัด นายสายและภริยาถึงแก่ความตาย ที่ส่วนของนายสายตกได้แก่บุตร คือนายน้อย ๆ ให้จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ทำนาของนายน้อย ต่อมานายน้อยตาย จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นภริยาโดยมิชอบด้วยกฎหมายของนายน้อย ได้สมคบกับจำเลยที่ ๒ ประกาศรับมฤดกในนามของจำเลยที่ ๑ แล้วทำสัญญาซื้อขายให้จำเลยที่ ๒ การกระทำของจำเลยเป็นโมฆะ เพราะทำสัญญาซื้อขายโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าของร่วม ขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขาย ลงชื่อโจทก์รับมฤดก และขับไล่จำเลย จำเลยที่ ๑ ให้การสมฟ้องว่าถูกจำเลยที่ ๒ หลอกลวง จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่าจำเลยได้รับซื้อไว้โดยสุจริต มีค่าตอบแทน และจำเลยได้ใช้สิทธิครอบครองนานเกินกว่า ๑๐ ปี ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ศาลชั้นต้นฟังว่า นายสายขายฉะเพาะส่วนของตนซึ่งแยกปกครองกับโจทก์เป็นส่วนสัดแล้ว หาเกี่ยวกับส่วนที่เป็นของโจทก์ไม่ จึงไม่เป็นโมฆะ พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ฟังว่านายสายขายนาส่วนของนายสายให้แก่นายมีจำเลยที่ ๒ แต่ทำไม่ถูกแบบ ส่วนในทางครอบครอง จำเลยก็ยังไม่ได้กรรมสิทธิในทางครอบครองในข้อที่นางปุ่นจำเลยที่ ๑ โอนขายให้นายมีจำเลยที่ ๒ ตอนหลังนางปุ่นไม่มีสิทธิรับมฤดกนายน้อย นายมีรับโอนจากนางปุ่น ก็ไม่มีสิทธิดีกว่านางปุ่น พิพากษากลับ ให้โจทก์ชนะคดี จำเลยฎีกา, ศาลฎีกาฟังว่า นายมีไม่ได้กรรมสิทธิในทางครอบครองมาก่อนจดทะเบียนซื้อจากนางปุ่น ส่วนที่นางปุ่นประกาศรับมฤดกนายน้อยแล้วโอนขายให้นายมีจำเลยนั้น แม้นางปุ่นจะมิได้จดทะเบียนสมรสกับนายน้อยก็ดี แต่นางปุ่นได้กับนายน้อยโดยมีการไหว้ผีตามประเพณี และอยู่ร่วมกันโดยเปิดเผย จนมีบุตรด้วยกัน ๓ คน การที่มาโอนขายให้นายมี ก็เนื่องจากสัญญาเดิมที่นายสายทำไว้กับนายมีเป็นการชอบด้วยศีลธรรม เมื่อนางปุ่นมาประกาศรับมฤดก โจทก์ก็ไม่มาคัดค้าน ปล่อยให้นางปุ่นรับมฤดกมาโอนขายให้แก่นายมี ๆ รับซื้อไว้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน คือให้เงินเพิ่มแก่นางปุ่นอีก ๔๐๐ บาทแล้ว โจทก์จึงกลับมาขอให้เพิกถอนนิติกรรมนั้น ดังนี้ ย่อมได้ชื่อว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๕ จะมาขอให้เพิกถอนนิติกรรมนั้นไม่ได้ พิพากษกลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2492 นางแหวว บัวดี โจทก์ นางปุ่น คำสอน ที่ 1, นายมี อ่วมสอาด ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแหวว บัวดี · ล. - นางปุ่น คำสอน ที่ 1, นายมี อ่วมสอาด ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาถปรีชา · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายบุญชัย ศิริฤทธิ · ศาลอุทธรณ์ - ม.จ.วุฒิภาค เกษมสันต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10866/2546ฎีกา 1739/1739ฎีกา 231/2482ฎีกา 621/2519ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1415/2540ฎีกา 3760/2533ฎีกา 912/2490ฎีกา 370/2506ฎีกา 978/2510ฎีกา 1390/2506ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 377/2536ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5640/2541ฎีกา 7786/2538ฎีกา 7214/2538ฎีกา 408/2524ฎีกา 4122/2540ฎีกา 953/2505ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1028/2564
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา