⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 108/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับโอนกรรมสิทธิจากผู้ให้เช่าเดิมย่อมมีสิทธิร้องขอเข้าอยู่ในเคหะที่ให้เช่าได้ และมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากการที่ผู้เช่าไม่ยอมออกจากเคหะตามที่คณะกรรมการฯ มีมติให้ผู้เช่าออกได้ โดยคำนวณตั้งแต่วันครบกำหนดตามมติจนกว่าผู้เช่าจะออกไป.

ย่อคำพิพากษา

ผู้ให้เช่าเดิมตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา 16(6)นั้น หมายความถึงผู้รับโอนกรรมสิทธิมาจากผู้เช่าเดิมด้วย (อ้างฎีกาที่ 845/2490) ผู้รับโอนกรรมสิทธิห้องแถวที่ให้เช่าย่อมมีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อขอเข้าอยู่ในในเคหะที่ให้เช่าได้ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะผู้เช่าไม่ยอมออกจากเคหะที่เช่านั้น ผู้ให้เช่ามีสิทธิให้ชดใช้ได้ตั้งแต่วันครบกำหนดที่มติกรรมการให้ออกจนกว่าผู้เช่าจะออกไปโดยพิเคราะห์ถึงทำเล การค้าและผลกำไรของร้านใกล้เคียง แต่ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิเลิกสัญญา และเรียกค่าเสียหายก่อนได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการฯ นอกจากค่าเช่าที่ค้างเท่านั้น แต่ถ้าผู้ให้เช่าไม่ฟ้องเรียกค่าเช่า ศาลจะบังคับให้ใช้ค่าเสียหายแทนค่าเช่าไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.222 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.16

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้เช่าห้องแถวของ ป. ทำการค้าค่าเช่าเดือนละ ๙๐ บาท โจทก์ได้ซื้อห้องแถวนั้นจาก ป. และต่อมาได้บอกเลิกการเช่ากับจำเลย คณะกรรมการควบคุมค่าเช่าได้ลงมติให้โจทก์เข้าอยู่ทำกินในห้องนี้ได้ จำเลยไม่ยอมออกและไม่ส่งค่าเช่า จำเลยให้การต่อสู้หลายประการ และฟ้องแย้งขอให้ศาลเพิกถอนคำยินยอมหรืออนุญาตคณะกรรมการฯ ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ผู้รับโอนไม่มีอำนาจร้องขอต่อคณะกรรมการฯพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา ๑๖ ข้อ ๖ ให้สิทธิร้องได้ฉะเพาะผู้ให้เช่าคนแรก มติคณะกรรมการเป็นโมฆะแต่ฟังว่า จำเลยค้างค่าเช่ามากว่า ๑๕ เดือนไม่ยอมออก โจทก์เสียหายพิพากษาขับไล่ให้ออกใน ๑ เดือนและใช้ค่าเสียหาย ๓๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ส่วนค่าเสียหายต่อไปเดือนละ ๒๐๐ บาท นั้นโจทก์ไม่ได้เสียค่าขึ้นศาลตาม พ.ร.บ.แก้ไข ป.ม.วิ.แพ่งฉะบับที่ ๒ จึงไม่บังคับ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าผู้ให้เช่าเดิม หมายถึงโจทก์ผู้รับโอนด้วย พิพากษาแก้ให้ขับไล่และให้ใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๒๐๐ บาท ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๔๙๐ ซึ่งเป็นวันครบกำหนดให้ออกตามมติคณะกรรมการฯ จนกว่าจะออกไป จำเลยและโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ให้เช่าเดิมตามมาตรา ๑๖(๖) พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ๒๔๘๙ มีความหมายถึงผู้รับโอนกรรมสิทธิมาจากผู้ให้เช่าเดิมด้วย ส่วนค่าเสียหายที่จำเลยไม่ยอมออกไป ฟังว่าห้องรายพิพาทอยู่ในตลาดทำเลการค้าดี ห้องใกล้เคียงค้าขายได้กำไรอย่างน้อยเดือนละ ๒๐๐ ถึง ๓๐๐ บาท จำเลยต้องรับผิดและเห็นพ้องด้วยศาลอุทธรณ์ส่วนค่าเสียหายก่อนฟ้อง ๑๕ เดือนนั้น ได้ความว่าจำเลยเช่ามาครั้งเจ้าของเดิมโจทก์จะใช้สิทธิเลิกสัญญาได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการฯ โจทก์จะเรียกค่าเสียหายก่อนสัญญาเช่าได้เลิกกันแทนค่าเช่าหาได้ไม่ โจทก์ควรจะได้แต่ค่าเช่าเท่านั้น แต่หาได้ฟ้องเรียกค่าเช่าไม่ ศาลจะบังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแทนค่าเช่าไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2493 นายถึก วรวิบูลย์ โจทก์ นายจือส้อง แซ่ตั้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายถึก วรวิบูลย์ · จำเลย - นายจือส้อง แซ่ตั้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทประชา · ธรรมบัณฑิต · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปากพนัง - นายวิมล สัจจารักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเย็น มีเมศกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 824/2491ฎีกา 5459/2537ฎีกา 3549/2528ฎีกา 835/2499ฎีกา 6288/2548ฎีกา 3251/2534ฎีกา 464/2567ฎีกา 2385/2523ฎีกา 3010/2543ฎีกา 4192/2536ฎีกา 788/2499ฎีกา 2118/2523ฎีกา 506/2493ฎีกา 7051/2540ฎีกา 86/2501ฎีกา 1141/2502ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1108/2544ฎีกา 641/2493ฎีกา 3887/2534ฎีกา 73/2522ฎีกา 3999/2559ฎีกา 262/2473ฎีกา 4731/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา