⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1240/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1240/2493

ป.วิ.อาญา ม.208, 225

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อเท็จจริงที่ได้ความแตกต่างจากที่ฟ้อง ศาลย่อมลงโทษจำเลยไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายและทำให้โจทก์เสื่อมอิสสระภาพในวันเวลาเดียวกัน ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยคนเดียวฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพ และยกฟ้องปล่อยจำเลยคืน โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยอื่นตามฟ้อง ส่วนจำเลยคนที่ถูกลงโทษก็อุทธรณ์ขอให้ปล่อย ศาลอุทธรณ์เห็นว่าวันที่หาว่ากระทำผิดได้ความไม่ตรงกับฟ้อง จึงพิพากษาให้ยกฟ้องปล่อยจำเลยที่อุทธรณ์ไปโดยไม่พิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ ดังนี้ เมื่อปรากฎว่าความผิดทั้ง 2 ฐานที่กล่าวหาว่ากระทำผิดก็เป็นวันเดียวกัน ถ้าตามทางพิจารณาในเรื่องวันกระทำผิดได้ความแตกต่างกับฟ้องแล้ว ถึงอย่างไรศาลก็ย่อมลงโทษจำเลยไม่ได้ ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 192 หากเป็นเช่นนั้น คดีของโจทก์ก็ไม่จำเป็นที่ศาลจะย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้งสามสมคบกันทำร้ายร่างกายและทำให้โจทก์เสื่อมเสียอิสสระภาพ ขอให้ลงโทษจำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๗๐ จำคุก ๓ เดือน ยกฟ้องปล่อยจำเลยที่ ๒-๓ โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานทำร้ายร่างกาย และลงโทษจำเลยที่ ๒-๓ ฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพด้วย ส่วนจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ว่าไม่ได้กระทำผิดและว่าโจทก์ฟ้องผิดวัน ศาลอุทธรณ์คงพิจารณาแต่ฉะเพาะอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ เห็นว่าพยานโจทก์เบิกความไขว้เขวและวันที่หาว่าจำเลยกระทำผิด ก็ไม่ตรงกับฟ้องจึงพิพากษายกฟ้อง ปล่อยจำเลยที่ ๑ ไป โจทก์ฎีกาในข้อที่ศาลอุทธรณ์ไม่ได้พิจารณาพิพากษาอุทธรณ์ของโจทก์กับฎีกาคัดค้านในข้อที่ศาลอุทธรณ์ไม่ลงโทษ จำเลยที่ ๑ ฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรระภาพ ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีนี้ปรากฎว่ามีประเด็นโต้เถียงกันอยู่ในเรื่องวันกระทำผิดที่โจทก์หาว่าต่างกับที่ปรากฎตามทางพิจารณาหรือไม่และประกับกับข้อหาฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพ และฐานทำร้ายร่างกายที่โจทก์หานี้และวันที่หาว่าจำเลยกระทำผิดก็เป็นเรื่องวันเดียวกัน ดังนั้นถ้าตามทางพิจารณาในเรื่องวันกระทำผิดแตกต่างกับฟ้องแล้ว ถึงอย่างไรศาลก็ย่อมลงโทษจำเลยไม่ได้ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๙๒ หากเป็นเช่นนั้นแล้วคดีโจทก์ก็ไม่จำเป็นที่ศาลฎีกาจะย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ต่อไป ศาลฎีกาได้พิจารณาคำพยานหลักฐานในเรื่องนี้แล้ว เห็นว่าโจทก์ถูกจับจองจำและที่หาว่าจำเลยทำร้ายนั้นเป็นวันที่๒๗ เมษายน ๒๔๙๑ หาใช่วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๔๙๑ ดังฟ้องไม่ คดีจึงยังลงโทษจำเลยไม่ได้ จึงพิพากษายืน ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1240/2493 นายปิง ทองศรี โจทก์ นายถาน ทองศรี ที่1, นายเทือก บุญเจริญ ที่ 2, นายน้อม สวยรูป ที่3 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปิง ทองศรี · ล. - นายถาน ทองศรี ที่1, นายเทือก บุญเจริญ ที่ 2, นายน้อม สวยรูป ที่3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · จำรูญเนติศาสตร์ · ประวัติ ปัตตพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1392/2564ฎีกา 6229/2539ฎีกา 845/2543ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 369/2501ฎีกา 3800/2564ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6344/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา