คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การของจำเลยที่ให้ไว้ชั้นสอบสวนจะถือว่าเป็นความเท็จได้ ต้องมีการพิสูจน์ให้ชัดแจ้งว่าคำให้การใดเป็นความเท็จ และคำให้การใดเป็นความจริง
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยแจ้งความเท็จ จำเลยปฏิเสธทางพิจารณามีปลัดอำเภอพยานปากเดียวเบิกความว่า คำให้การที่จำเลยให้ไว้ชั้นสอบสวนไม่ตรงกับถ้อยคำที่จำเลยเบิกความเป็นพยานต่อศาล ทั้งไม่ได้ยืนยันว่าคำให้การของจำเลยอันไหนเป็นความจริงอันไหนเป็นความเท็จ เพียงเท่านี้จะชี้ขาดว่าคำให้การจำเลยที่ให้การไว้ชั้นสอบสวนเป็นความเท็จยังไมได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยแจ้งความเท็จขอให้ลงโทษจำเลยปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๑๘
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฏีกาเห็นว่า ทางพิจารณาโจทก์คงมีนายจำรัสปลัดอำเภอเป็นพยานปากเดียวว่า จำเลยให้การชั้นสอบสวนว่า นางสาวต๋าไม่ได้อยู่บ้านจำเลยในคืนวันที่ ๑๒ มีนาคม นางสาวต๋ากลับมาลบ้านจำเลยเป็นเวลาดึกแล้ว ซึ่งไม่ตรงกับถ้อยคำของจำเลยที่เบิกความเป็นพยานต่อศาลว่า นางสาวต๋าอยู่บ้านจำเลยตลอดคืนไม่ได้ไปไหนเลย เพียงเท่านี้จะชี้ขาดว่าคำให้การของจำเลยที่ให้การไวชั้นสอบสวนเป็นความเท็จยังไม่ได้ และนายจำรัสก็ไม่ได้ยืนยันว่าคำให้การของจำเลยอันไหนเป็นความจริง อันไหนเป็นเท็จ รูปคดียังไม่พอฟังลงโทษจำเลยได้
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2493
อัยการเชียงใหม่ โจทก์
นายสม สารภี ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการเชียงใหม่ · ล. - นายสม สารภี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาถปริญญา · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา