⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1331/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1331/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์กับพวก แต่ไม่ระบุจำนวนพวกให้ชัดเจน ทำให้จำเลยไม่สามารถเข้าใจข้อหาได้ดีพอ ฟ้องจึงไม่สมบูรณ์ในความผิดฐานปล้นทรัพย์ 2. การที่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกับพวกมีอาวุธปืนด้วย นอกเหนือจากมีดตามที่ฟ้อง ถือว่าไม่ใช่ข้อแตกต่างที่สำคัญจากฟ้อง หากข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกับพวกมีมีดตามฟ้องแล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลย(คนเดียว)กับพวกที่ยังหลบหนีจับตัวยังไม่ได้ สมคบกันปล้นทรัพย์ผู้มีชื่อไป ขอให้ลงโทษฐานปล้นทรัพย์ ดังนี้รู้ไม่ได้ว่าพวกของจำเลยที่โจทก์กล่าวจะมีจำนวนคนเดียวหรือหลายคน ถือว่าโจทก์ไม่กล่าวถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วยพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ฟ้องจึงฟังให้สมบูรณ์ในฐานความผิดปล้นทรัพย์ไม่ได้ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158(5) ฉะนั้นแม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าจำเลยกับพวกรวม 5 คนทำการปล้นทรัพย์ ศาลก็จะลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ไม่ได้ลงลงโทษได้แต่เพียงฐานชิงทรัพย์เท่านั้น ฟ้องโจทก์กล่าวว่า จำเลยกับพวกมีมีดเป็นสาตราวุธทำการปล้นทรัพย์ ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกับพวกมีมีดและปืนสั้นด้วย ย่อมถือว่าไม่ใช่ข้อสำคัญเพราะทางพิจารณาก็ได้ความว่าจำเลยกับพวกมีมีดสมตามฟ้องแล้ว จะถือว่าข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับฟ้องยังไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.299 กฎหมายลักษณะอาญา ม.301 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนียังจับตัวไม่ได้ มีมีดเป็นสาตราวุธ ได้บังอาจสมคบกันปล้นทรัพย์นางพุ่มไป รวมราคา ๘๕๐๕ บาท ขอให้ลงโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา ๒๙๙ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษฐานปล้นทรัพย์ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องโจทก์กล่าวว่าจำเลยกับพวกมีมีดเป็นสาตราวุธ แต่ตามทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกับพวกมีมีดกับปืนสั้นด้วย แต่เห็นว่าไม่ใช่ข้อสำคัญ ทั้งข้อเท็จจริงก็ได้ความว่าจำเลยกับพวกมีมีด สมกับฟ้องโจทก์จ ะถือว่าข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับฟ้องยังไม่ได้ ส่วนในข้อฟ้องครบองค์ความผิดฐานปล้นทรัพย์หรือไม่นั้น โจทก์ฟ้องกล่าวแต่เพียงว่า จำเลยกับพวกที่ยังหลบหนีจับตัวยังไม่ได้สมคบกันทำการปล้นไม่รู้ว่า พวกของจำเลยที่โจทก์กล่าวจะมีจำนวนคนเดียวหรือหลายคน โจทก์ไม่กล่าวถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วยพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ฟ้องของโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ในฐานความผิดฐานปล้นทรัพย์ ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๕๘(๕) ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1331/2493 อัยการตรัง โจทก์ นายกล่อม รัตนพันธ์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการตรัง · ล. - นายกล่อม รัตนพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาถปริญญา · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายเสถียร ลิมปิสเสถียร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6435/2555ฎีกา 709/2483ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา