⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1486/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1486/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ซื้อได้ชำระราคาที่ดินส่วนใหญ่และเข้าครอบครองที่ดินแล้ว ผู้ซื้อย่อมมีสิทธิฟ้องบังคับให้ผู้ขายโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่ตนได้ แม้สัญญาจะกำหนดให้ผู้ขายชำระค่าเสียหายหรือค่าปรับหากผิดสัญญา

ย่อคำพิพากษา

ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกัน ผู้ซื้อได้ชำระราคาส่วนใหญ่ให้แก่ผู้ขายไปแล้ว ราคาส่วนน้อยจะชำระเมื่อทำโอนกัน และผู้ซื้อได้เข้าครอบครองที่ดินนั้นแล้วดังนี้แม้ในสัญญาจะมีว่าถ้าผู้ขายบิดพลิ้วไม่ยอมขาย ยอมให้ผู้ซื้อฟ้องเรียกค่าเสียหาย และยอมให้ปรับอีกเป็นเงินจำนวนหนึ่งก็ตาม ผู้ซื้อก็ย่อมมีสิทธิที่จะมาฟ้องผู้ขายให้ชำระหนี้ตามสัญญาคือให้โอนขายที่ดินให้แก่ผู้ซื้อได้ ผู้ขายจะเถียงว่าผู้ซื้อยอมให้ผู้ขายเลือกชำระหนี้นั้นไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.198 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.380

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินให้โจทก์แล้วไม่ยอมโอนขายให้โจทก์ ๆ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยให้โอนกรรมสิทธิที่รายนี้ให้โจทก์และรับเงินค่าที่ดินที่ยังค้างอยู่ต่อไป จำเลยต่อสู้ว่า ตามสัญญาถ้าจำเลยบิดพลิ้วไม่ยอมโอนกรรมสิทธิที่ดินให้ยอมให้โจทก์ปรับอยู่แล้วโจทก์ชอบที่จะเรียกค่าปรับตามสัญญา หามีสิทธิจะมาฟ้องบังคับให้รับเงินและโอนกรรมสิทธิที่รายนี้ให้โจทก์ไม่ คู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยตามสัญญาว่า จะบังคับให้จำเลยขายที่ดินให้โจทก์ได้หรือไม่เท่านั้น โดยคู่ความไม่ติดใจสืบพยานต่อไป ศาลชั้นต้นเห็นว่าในกรณีนี้สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับกันได้ เพราะจะต้องทำพิธีการโอนทางพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อจำเลยไม่ยอมโจทก์ก็ไม่มีทางที่จะรับที่ดินมา และตามสัญญาจำเลยยอมให้โจทก์เรียกค่าเสียหายและปรับ แสดงว่าจำเลยเลือกจะขายหรือไม่ก็ได้ จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยจัดการโอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ และรับชำระเงินที่ค้างอยู่ไปตามฟ้อง หากจำเลยไม่ปฏิบัติการโอน ก็ให้ถือคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาตกลงจะซื้อขายที่รายพิพาทรายนี้ในราคา ๑๒๐๐ บาท จำเลยได้รับเงินราคาแล้ว ๘๐๐ บาท อีก ๔๐๐ บาทจะชำระเมื่อโอนกรรมสิทธิกัน และที่ดินพิพาทก็ตกอยู่ในความครอบครองของโจทก์แล้ว เมื่อคู่กรณีทำสัญญาตกลงจะซื้อขายที่พิพาทกันโดยแน่นอนดังนี้ โจทก์ก็ชอบที่จะขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้โดยให้จำเลยโอนขายกรรมสิทธิที่พิพาทแก่โจทก์ตามเจตนาจำนงค์ได้จะ ถือว่าสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องดังคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นหาได้ไม่ เพราะศาลย่อมสั่งให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ได้ ส่วนตามข้อสัญญาที่ยอมให้ปรับและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยนั้น จะถือว่าโจทก์ยินยอมให้จำเลยเลือกการชำระหนี้นั้น ย่อมเถียงไม่ขึ้น และโจทก์ก็ไม่แสดงเจตนาว่าจะเรียกเอาเบี้ยปรับนั้นอย่างใด สิทธิของโจทก์ในอันที่จะบังคับให้ชำระหนี้โดยโอนที่ดินให้จึงยังมีอยู่บริบูรณ์ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1486/2493 นางแฟง เอนกบุณย์ ที่1, นายแจ่ม หิรัญเกื้อ ที่2, นายหนู พิกุลทอง ที่3, โจทก์ นายตัน ก้อนทอง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแฟง เอนกบุณย์ ที่1, นายแจ่ม หิรัญเกื้อ ที่2, นายหนู พิกุลทอง ที่3, · ล. - นายตัน ก้อนทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลปราจีณบุรี · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 254/2540ฎีกา 8429/2538ฎีกา 1674/2539ฎีกา 1431/2492ฎีกา 2546/2524ฎีกา 5640/2542ฎีกา 1345/2532ฎีกา 58/2530ฎีกา 591/2531ฎีกา 2701/2537ฎีกา 6789/2541ฎีกา 2753/2523ฎีกา 5470/2537ฎีกา 320/2488ฎีกา 2536/2529ฎีกา 9376/2539ฎีกา 181/2512ฎีกา 6239/2551ฎีกา 213/2523ฎีกา 2009/2515ฎีกา 1649/2498ฎีกา 2159/2535ฎีกา 1145/2495ฎีกา 233/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา