⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2728/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2728/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีที่มีการนำเงินเข้าฝากและเบิกจ่ายหลายครั้ง ถือเป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัด แม้มีกำหนดระยะเวลา หากไม่มีข้อสัญญาระบุให้เลิกทันทีเมื่อสิ้นกำหนด โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นได้จนกว่าจะมีการบอกเลิกสัญญาและหักทอนบัญชี 2. การยกข้อต่อสู้เรื่องฟ้องเคลือบคลุม จะกระทำได้เฉพาะเมื่อได้ยกขึ้นเป็นประเด็นต่อสู้มาตั้งแต่ศาลชั้นต้นเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคารโจทก์มีการนำเงินเข้าฝากในบัญชี และเบิกเงินเกินบัญชีโดยใช้เช็คสั่งจ่ายหลายครั้ง เข้าลักษณะสัญญาบัญชีเดินสะพัดแม้สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีนั้นจะมีกำหนดระยะเวลาแต่ก็ไม่มีข้อสัญญาระบุว่าเมื่อสิ้นกำหนดระยะเวลาแล้วสัญญาเป็นอันเลิกกันทันที เมื่อยังมิได้มีฝ่ายใดบอกเลิกสัญญาโจทก์ย่อมมีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นได้ตามสัญญา จนกว่าจะมีการเลิกสัญญาและหักทอนบัญชีกันแล้ว จำเลยมิได้ยกเรื่องฟ้องเคลือบคลุมขึ้นเป็นประเด็นต่อสู้มาตั้งแต่ศาลชั้นต้น จะยกขึ้นมาในชั้นฎีกาไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.655 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.856 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.859

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๑๑ จำเลยทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์เป็นจำนวนเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท มีกำหนดระยะเวลา ๖ เดือน ให้ดอกเบี้ยร้อยละ ๑๒ ต่อปี ชำระเป็นรายเดือนเดือนใดไม่ชำระยอมให้นำดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบเข้าเป็นต้นเงินที่จะต้องเสียดอกเบี้ยต่อไปอันเป็นประเพณีของธนาคาร จำเลยได้เบิกเงินจากโจทก์ไปหลายครั้ง เมื่อครบกำหนดสัญญาจำเลยเพิกเฉยไม่ชำระยอดเงินที่จำเลยเบิกเกินบัญชีรวมทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นเงิน๑๒๐,๘๕๐ บาท ๘๔ สตางค์ โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์จำเลยไม่เคยเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้อง เอกสารท้ายฟ้องไม่ถูกต้อง ถ้าจำเลยต้องรับผิดก็ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท โจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นจำเลยไม่เคยได้รับการทวงถามจากโจทก์ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์และได้เบิกเงินไปจากโจทก์ตามฟ้องจริง จำเลยได้รับหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้แล้ว ส่วนการคิดดอกเบี้ยทบต้นเป็นยอดเบิกเงินเกินบัญชีให้คิดได้ถึงวันที่โจทก์งบบัญชีแล้วทวงถามจำเลย พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๒๐,๘๕๐.๘๔ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยได้ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีไว้กับโจทก์ที่จำเลยฎีกาว่า สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีมีกำหนดระยะเวลา เมื่อสิ้นระยะเวลาสัญญาต้องระงับ โจทก์จะเรียกดอกเบี้ยทบต้นอีกไม่ได้ นั้น เห็นว่าตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีดังกล่าว มิได้มีข้อใดในสัญญาระบุว่าเมื่อสิ้นกำหนดระยะเวลาแล้ว สัญญาเป็นอันเลิกกันทันที การที่จำเลยทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคารโจทก์มีการนำเงินเข้าฝากในบัญชีและเบิกเงินเกินบัญชีโดยใช้เช็คสั่งจ่ายหลายครั้งเข้าลักษณะสัญญาบัญชีเดินสะพัด เมื่อมิได้มีฝ่ายใดบอกเลิกสัญญา โจทก์ย่อมมีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นได้ตามสัญญาตลอดมาจนกว่าจะมีการเลิกสัญญาและหักทอนบัญชีกันแล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม นั้นจำเลยมิได้ยกเรื่องฟ้องเคลือบคลุมเป็นประเด็นต่อสู้มาตั้งแต่ศาลชั้นต้นจะยกขึ้นมาในชั้นฎีกาไม่ได้ ไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2728/2517 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด โดยนายชวน รัตนรักษ์ กรรมการผู้จัดการ โจทก์ นางลาวัณย์ สุนทรสวัสดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด โดยนายชวน รัตนรักษ์ กรรมการผู้จัดการ · จำเลย - นางลาวัณย์ สุนทรสวัสดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กฤษณ์ โสภิตกุล · ยงยุทธ เลอลภ · ธวัช สิทธิชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอุดม จาละ · ศาลอุทธรณ์ - นายศิริ อติโพธิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1042/2531ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 1862/2518ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 4642/2540ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา