⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1535/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1535/2493

ป.พ.พ. ม.108, 111, 1360 · ป.วิ.แพ่ง ม.55, 142

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ดอกผลธรรมดาคือสิ่งที่ได้มาเพราะใช้ทรัพย์นั้น โดยเกิดจากธรรมชาติของทรัพย์นั้นเอง ส่วนสิ่งที่เกิดจากแรงงานไม่ใช่ดอกผลธรรมดา

ย่อคำพิพากษา

ดอกผลธรรมดาตามมาตรา 111(1) นั้นหมายถึงบรรดาสิ่งทั้งปวงซึ่งได้มาเพราะใช้ของนั้น อันเกิดโดยธรรมชาติของมันดังเช่น ผลไม้ น้ำนม ขน และลูกของสัตว์ ส่วนต้นข้าวที่ทำได้จากนานั้นเป็นสังหาริมทรัพย์ต้นข้าวเกิดขึ้นจากแรงงานไม่ใช่ดอกผลของนา ฉะนั้นข้าวเปลือกก็ไม่ใช่ดอกผลของนาเช่นเดียวกัน (ประชุมใหญ่) ฟ้องเรียกข้าวฐานเป็นดอกผลธรรมดา เมื่อวินิจฉัยว่าข้าวไม่ใช่ดอกผลธรรมดาโจทก์ไม่มีสิทธิขอแบ่งแล้ว จะเปลี่ยนเป็นให้แบ่งค่าเช่านาอันเป็นดอกผลนิตินัยแก่โจทก์ย่อมไม่ได้ เพราะนอกฟ้องนอกประเด็น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.108 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.111 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1360

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.108 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.111 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่าโจทก์จำเลยเป็นความกันเรื่องมรดก ในระหว่างเป็นความกันอยู่นั้นจำเลยเป็นผู้ทำนามรดกและทำสวนยางมรดก กับครอบครองสวนและกระบือมรดก ครั้นแล้ว โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้อีกสำนวนหนึ่งเรียกเอาผลประโยชน์จากทรัพย์มรดก คือข้าวที่จำเลยทำนายางที่จำเลยกรีดได้ ผลอาสินในสวนกับค่าที่จำเลยใช้กระบือหาผลประโยชน์ในระหว่างที่ทรัพย์เหล่านี้นอยู่ในความครอบครองของจำเลย ตอนเป็นความกันนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าสำหรับค่าผลอาสิน ได้ผลเล็กน้อยและถูกช้างป่ารบกวน กระบือก็ขายไปเสียก่อนแล้วโจทก์จึงไม่ควรได้ส่วนแบ่ง สำหรับยางที่จำเลยกรีดได้นั้น เป็นดอกผลธรรมดาโจทก์ควรได้รับส่วนแบ่ง สำหรับข้าวในนาที่จำเลยทำได้นั้น ศาลฎีกาได้ประชุมใหญ่แล้วเห็นว่าดอกผลธรรมดาตามมาตรา ๑๑๑(๑) นั้นหมายถึงบรรดาสิ่งทั้งปวง ซึ่งได้มาเพราะใช้ของนั้นอันเกิดโดยธรรมชาติของมัน ดังเช่นผลไม้ น้ำนม ขน และลูกของสัตว์ ซึ่งเกิดจากต้นไม้หรือตัวสัตว์ที่เป็นทรัพย์ร่วมกัน ส่วนต้นข้าวที่ทำได้จากนานั้นเป็นสังหาริมทรัพย์ ต้นข้าวเกิดจากแรงงานไม่ใช่ดอกผลของนา ฉะนั้นข้าเปลือกก็ไม่ใช่ดอกผลของนาเช่นเดียวกันโจทก์จึงไม่มีสิทธิของแบ่ง และจะพิพากษาเปลี่ยนเป็นแบ่งค่าเช่าให้แก่โจทก์ก็เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น จึงพิพากษาให้ไม่ได้ฉะนั้นจึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยใช้ค่าดอกผล ๒ ใน ๙ ของราคายางให้แก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1535/2493 นางจัน เอียดจุ้ย โจทก์ นางมุ่ย บุญแก้ว ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางจัน เอียดจุ้ย · ล. - นางมุ่ย บุญแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทปัญญา · ธรรมบัณฑิต · นาถปริญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายเสถียร ลิมปิสเสถียร · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยกรณ์พิทารณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3231/2557ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1079/2497ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 643/2497ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา