คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานบุกรุกสถานที่ราชการได้นั้น โจทก์ต้องสืบให้ได้ความว่าสถานที่นั้นเป็นสถานที่สำหรับใช้ในราชการซึ่งผู้หนึ่งผู้ใดจะเข้าไปมิได้.
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายกะทงหนึ่งจำคุก 2 เดือนและฐานบุกรุกสถานที่ราชการอีกกะทงหนึ่งจำคุก 1 เดือน ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์มิได้สืบว่ารถการ์ดที่จำเลยขึ้นไปนั้นเป็นสถานที่สำหรับใช้ในราชการซึ่งผู้หนึ่งผู้ใดจะเข้าไปมิได้ฉะนั้นจำเลยยังไม่ผิดฐานนี้ พิพากษาแก้ว่าจำเลยไม่ผิดฐานบุกรุกนอกจากนี้ยืน โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกตามศาลชั้นต้นดังนี้เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยมิได้ขึ้นไปบนรถการ์ด ฉะนั้นความผิดในเรื่องบุกรุกจึงไม่ต้องวินิจฉัย และเมื่อฟังไม่ได้ว่าขึ้นไปรถการ์ดข้อหาโจทก์ที่ว่าจำเลยขึ้นไปทำร้ายเขาบนรถการ์ดก็ย่อมตกไปด้วย แม้โจทก์ฝ่ายเดียวจะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกฐานเดียวก็ดีเมื่อคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีความผิด ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ ศาลฎีกาต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุก และสมคบกันทำร้ายร่างกายนายสำราญมีบาดเจ็บ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑-๒-๓-๔-๕ ผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๔ จำคุกคนละ ๒ เดือน เฉพาะจำเลยที่ ๓-๔-๕ ผิดฐานบุกรุกตามมาตรา ๓๓๐ ประกอบด้วยมาตรา ๓๒๙ อีกกะทงหนึ่ง ให้จำคุกอีกคนละ ๑ เดือน
จำเลยที่ ๑-๒-๓ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์มิได้สืบให้เห็นว่ารถการ์ดเป็นสถานที่สำหรับใช้ในราชการ ซึ่งผู้หนึ่งผู้ใดจะเข้าไปมิได้จำเลยที่ ๓ ยังไม่ผิดฐานบุกรุก คงผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายจึงพิพากษาแก้ให้ยกโทษนายวิงจำเลยที่ ๓ ฐานบุกรุกเสียและแก้โทษจำเลยที่ ๔,๕ ว่าไม่ผิดฐานบุกรุกด้วย เพราะเหตุลักษณะคดีแม้จำเลยที่ ๔,๕ จะมิได้อุทธรณ์มาศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจยกโทษฐานบุกรุกให้ได้นอกจากนี้คงพิพากษายืน
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๓-๔-๕ ฐานบุกรุกสถานที่ราชการตามศาลชั้นต้น แต่ส่งสำเนาฎีกาให้จำเลยที่ ๔-๕ ไม่ได้ ศาลฎีกาจึงจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๔-๕ เสีย คงวินิจฉัยคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ แต่ผู้เดียว
ศาลฎีกาได้พิเคราะห์หลักฐานพยานทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วเห็นว่ารูปคดียังเป็นที่สงสัย ไม่มั่นคงพอจะชี้ขาดว่าจำเลยที่ ๓ ได้ขึ้นไปบนรถการ์ดฉะนั้นรถการ์ดจะเป็นสถานที่ราชการหรือไม่จึงไม่จำต้องวินิจฉัย และเมื่อจำเลยที่ ๓ ไม่ได้ขึ้นไปบนรถการ์ดข้อหาของโจทก์ที่ว่าจำเลยที่ ๓ ขึ้นไปทำร้ายเขาบนรถการ์ดก็ย่อมตกไปด้วย แม้โจทก์ฝ่ายเดียวจะฎีกาขอให้ลงโทษนายวิงจำเลยที่ ๓ ฐานบุกรุกฐานเดียว เมื่อคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๓ มีความผิดก็ลงโทษจำเลยที่ ๓ ไม่ได้
จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องปล่อยจำเลยที่ ๓ ไปนอกนี้คงยืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566/2493
อัยยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี โจทก์
นายต๋อย หิระรักษ์ ที่1, นายยวน หิระรักษ์ ที่2, นายวิง สอนประเสริฐ ที่3, พล
ทหารฉลวย สาลี ที่4, พลทหารหยด ช่างแสง ที่5, นายนพ สมบุญ ที่6, นายนพ
ภู่พลับ ที่7 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี · พล - นายต๋อย หิระรักษ์ ที่1, นายยวน หิระรักษ์ ที่2, นายวิง สอนประเสริฐ ที่3, · นายนพ - ทหารฉลวย สาลี ที่4, พลทหารหยด ช่างแสง ที่5, นายนพ สมบุญ ที่6, · ล. - ภู่พลับ ที่7 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทปัญญา · ธรรมบัณฑิต · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายเช้า เฉลิมช่วง · ศาลอุทธรณ์ - หลวงบริรักษ์จรรยาวัตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา