คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1699/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องคดีอาญาไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำตามตัวบทกฎหมาย แต่ต้องกล่าวลักษณะความผิดให้ครบถ้วนถูกต้องตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 158 การฟ้องว่าจำเลยเบิกความเท็จ แม้ไม่ระบุว่าจำเลยรู้ว่าเป็นเท็จ แต่หากถ้อยคำในฟ้องแสดงชัดว่าจำเลยจงใจนำความเท็จมากล่าวอ้างว่าเป็นความจริง ก็ถือว่าครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว
ย่อคำพิพากษา
การบรรยายฟ้องคดีอาญานั้นไม่จำต้องเขียนข้อความล้อหรือเลียนให้เหมือนถ้อยคำที่บัญญัตไว้ในตัวบทกฎหมาย เมื่อได้กล่าวบรรยายลักษณะของความผิดครบถ้วนและถูกต้องตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158 แล้วก็ใช้ได้
การฟ้องคดีหาว่าจำเลยเบิกความเท็จนั้นแม้ในฟ้องจะมิได้ใช้คำว่าถ้อยคำที่จำเลยเบิกความนั้นจำเลยรู้อยู่ว่าเป็น เท็จแต่เมื่อถ้อยคำทั้งหลายในฟ้องแสดงให้เห็นชัดว่าจำเลยเบิกความโดยจงใจนำความเท็จมากล่าวว่าเป็นความ จริง ซึ่งเท่ากับเอาความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จมาเบิกความนั่นเอง ไม่มีความหมายผิดแผกแตกต่างอะไรกันฉะนั้นเมื่อฟ้องบรรยายลักษณะความผิดครบถ้วนและถูกต้องตามมาตรา 158 แห่ง ป.ม.วิ.อาญาแล้วก็ใช้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๔๙๒ เวลากลางวัน จำเลยได้สาบาลตัวแล้วบังอาจเบิกความเท็จในข้อสำคัญในคดีอาญาดำที่ ๑๐๗,๑๔๖/๒๔๙๒ ของศาลจังหวัดเพ็ชรบุรี โดยจำเลยเบิกความว่าข้อสำคัญคดีอาญาดำที่ ๑๐๗,๑๔๖/๒๔๙๒ ของศาลจังหวัดเพ็ชรบุรีโดยจำเลยเบิกความว่า นางสาวงามจิตต์ กาญจนรัตน์ เดินตามนายสัมฤทธิ เผ่าจินดากับพวกไป ไม่มีการฉุดคร่าห์ แต่ความจริงนั้นนางสาวงามจิตต์ กาญจนรัตน์ถูกนายสัมฤทธิ เผ่าจินดา กับพวกฉุดคร่าห์ไปเพื่อการอนาจารขอให้ลงโทษ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องของโจทก์ไม่มีข้อความว่าถ้อยคำที่จำเลยเบิกความมานั้น จำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จ ฟ้องของโจทกืจึงไม่ถูกต้องตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๕๘ ให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าในฟ้องของโจทก์มได้ใช้คำว่าถ้อยคำที่จำเลยเบิกความนั้น จำเลยรู้อยู่ว่าเป็นเท็จแต่ถ้อยคำทั้งหลายในฟ้องของโจทก์แสดงให้เห็นชัดว่าจำเลยเบิกความโดยจงใจนำความเท็จมา กล่าวว่าเป็นความจริง ซึ่งเท่ากับเอาความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จมาเบิกนั่นเอง ไม่มีความหมายผิดแผกแตกต่างอะไรกัน ไม่มีบทบัญญัติใดในกฎหมายว่าในการฟ้องคดีอาญา จำจะต้องเขียนข้อความล้อหรือเลียนให้เหมือนกับถ้อยคำที่บัญญัติไว้ในตัวบท เมื่อโจทก์ได้กล่าวบรรยายลักษณะความผิดครบถ้วน และถูกต้องตามมาตรา ๑๕๘ แห่ง ป.ม.วิ.อาญา แล้วก็ใช้ได้ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาของศาลล่าง ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาข้อเท็จจริง แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1699/2493
อัยการเพ็ชรบุรี โจทก์
นายละออง อภิชน หรือ ล้ง แซ่ลิ้ม ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการเพ็ชรบุรี · ล. - นายละออง อภิชน หรือ ล้ง แซ่ลิ้ม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเพ็ชรบุรี - นายเพี้ยง บุญรักษา · ศาลอุทธรณ์ - หลวงเจริญฤทธิศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา