⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1700/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1700/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์ในป่าและไม้สักที่ขึ้นอยู่ในที่ดินนั้นโดยอัตโนมัติ การเคลื่อนย้ายไม้หรือของป่าต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

มีผู้ยกคันนาทั้ง 3 ด้านล้อมนาและป่าที่มีต้นสักขึ้นอยู่ไว้เพียงเท่านี้ ยังหาทำให้ผู้นั้นเป็นเจ้าของป่าและไม้สักได้ตามกฎหมายไม่ ฉะนั้นแม้ผู้นั้นจะขายที่ดินทั้งหมดให้แก่ผู้อื่น โดยมีเจ้าพนักงานไปรังวัดและไม่มีผู้คัดค้านก็ดีการซื้อขายนั้นก็ไม่ทำให้ผู้รับซื้อมีกรรมสิทธิในที่ป่าและต้นสักนั้น ฉะนั้นผู้ใดตัดต้นสักในที่นั้นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ จึงย่อมมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ฟ้องของโจทก์หาว่าจำเลยชักลากไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต อ้าง พ.ร.บ. ป่าไม้ 2484 มาตรา 39 ซึ่งบัญญัติถึงการนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ต้องมีใบอนุญาตเบิกทางของพนักงานเจ้าหน้าที่กำกับไปด้วยและจำเลยก็เข้าใจข้อหาข้อนี้ดีแล้ว ถือว่าไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยตัดฟันไม้สัก ๗๒ ต้น อันเป็นไม้ที่ทางราชการทหารหวงห้ามจากป่าแม่คาวโตน และได้สมคบกันชักลากไม้จำนวนนี้จากป่ามาไว้ยังบ้านผู้มีชื่อ ทั้งนี้โดยจำเลยได้ตัดฟันและชักลากไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตขอให้ลงโทษ จำเลยให้การว่า ตัดฟันไม้สัก ๗๒ ต้นในที่ดินของนายโต เป็นเจ้าของครอบครองถือกรรมสิทธิ ศาลชั้นต้นเชื่อข้อเท็จจริงตามที่จำเลยต่อสู้ส่วนการชักลากไม้ โจทก์บรรยายมาเคลือบคลุมจึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยฐานชักลากไม้โดยมิได้รับอนุญาตอีกกะทงหนึ่ง ของกลางให้ริบ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าทางพิจารณาไม่ปรากฎว่านายซาวบิดานายแท้ได้ที่ดินรายนี้มาโดยสถานใด แม้จะฟังตามคำนายโตว่า นายซาวได้ยกคันนาทั้ง ๓ ด้านล้อมนาและป่าที่มีต้นสักขึ้นอยู่ไว้ การยกคันนาก็ไม่ทำให้นายซาวเป็นเจ้าของป่าและต้นสักได้ตามกฎหมาย และแม้นายแก้วจะได้ขายที่ดินทั้งหมดให้แก่นายโตโดยมีเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดและไม่มีผู้ใดคัดค้านก็ดี การซื้อขายทั้งนี้ก็ไม่ทำให้นายโตผู้ซื้อมีกรรมสิทธิในที่ป่าและต้นสักนั้น ฉะนั้นการที่จำเลยได้รับความยินยอมจากนายโตให้ตัดต้นสักดังกล่าว จึงไม่ทำให้จำเลยพ้นผิดโจทก์ฟ้องว่าจำเลยชักลากไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต อ้าง พ.ร.บ. ป่าไม้ ๒๔๘๔ มาตรา ๓๙ ซึ่งบัญญัติถึงการนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ ต้องมีใบเบิกทางของพนักงานเจ้าหน้าที่กำกับไปด้วย และจำเลยก็เข้าใจข้อหาข้อนี้ดีแล้ว ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1700/2493 อัยการเชียงราย โจทก์ นายฟู ผลไพบูลย์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการเชียงราย · ล. - นายฟู ผลไพบูลย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทปัญญา · ธรรมบัณฑิต · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายเดช วุฒิศิลป · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิเทศจรรยารักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 609/2522ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 1036/2506ฎีกา 884/2484ฎีกา 2718/2538ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา