⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 489/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 489/2493

ป.พ.พ. ม.132, 1646, 1647

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
พินัยกรรมที่ระบุยกทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่ผู้รับพินัยกรรมคนเดียว แต่มีรายการทรัพย์สินที่ระบุเจาะจงให้แก่ผู้รับพินัยกรรมอื่น หากทรัพย์สินที่พิพาทไม่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรมและมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ทำพินัยกรรมมิได้มีเจตนาจะยกให้แก่ผู้รับพินัยกรรมคนแรก ทรัพย์สินนั้นจึงเป็นมรดกนอกพินัยกรรม

ย่อคำพิพากษา

พินัยกรรมที่ระบุในตอนต้นว่ายกทรัพย์ที่มีอยู่และที่จะเกิดมาในภายหน้าให้ผู้รับพินัยกรรมคนเดียวนั้นแต่ในตอนต่อไปมีรายการทรัพย์ว่า ยกทรัพย์สิ่งใดให้บ้าง แต่ทรัพย์พิพาทไม่มีระบุไว้ในพินัยกรรม ซึ่งมีเหตุให้เห็นได้ว่า แจ้งมรดกมิให้มีเจตนาจะยกทรัพย์ที่พิพาทนี้ให้แก่ผู้รับพินยกรรมด้วย ดังมีทรัพย์พิพาทจึงเป็นทรัพย์มรดกนอกพินัยกรรม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1646 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1647

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1646 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1647 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า บิดามารดาโจทก์จำเลยมีที่ดิน ๑ แปลง เนื้อที่ ๖ ไร่เศษ บิดามารดมที่ได้แบ่งให้โจทก์ ๒ไร่เศษ บิดามารดาตายขอแสดงกรรมสิทธิ์หรือแบ่งให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า บิดามารดายกให้จำเลยครอบครองมาทั้งหมด ๒๐ ปีเศษ และต่อมา ศ.ได้ทำพินัยกรรมยกให้จำเลยอีก ที่ดิน ๒ ไร่เศษนั้นโจทก์ละทิ้งไป ๑๖ ปีแล้ว ศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงต้องกนว่า ที่พิพาทเป็นของ ส.บิดาโจทก์จำเลย เคยให้โจทก์อยู่อาศํย และโจทก์ได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นช้านานแล้ว ส.ตายที่พิพาทเป็นมรดก ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีไม่ขาดอายุความ โจทก์มีสิทธิได้เท่าที่ครอบครองเป็นส่วนสัด พิพากษาให้ที่พิพาทในเส้นสีแดงเป็นสิทธิแก่โจทก์แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าพินัยกรรมของ ส. ที่ยกทรัพย์ให้จำเลยนั้นรวมถึงที่พิพาทด้วย พิพากาษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า ส.ได้ทำพินัยกรรมให้จำเลย ซึ่งในข้อ (๑) มีว่า" ถ้าข้าพเจ้าถึงแก่กรรมไปแล้วบรรดาทรัพย์สินของข้าพเจ้าที่มีอยู่และจะเกิดมีมาในภายหน้า ข้าพเจ้ายอมยกให้เป็นกรรมสิทธิแก่นางจำรัส ซึ่งเป็นบุตรสืบสายโลหิตของข้าพเจ้า ให้เป็นผู้รับทรัพย์สินตามจำนวนซึ่งกำหนดไว้ดังต่อไปนี้ คือ ๑. ที่นา ๑ แปลงอยู่ที่ ฯลฯ โฉนดเลขที่ ฯลฯ เนื้อที่ ๔๘ ไร่" ศาลฎีาได้ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่า มีเหตุน่าสงสัยว่าเจ้ามรดกจะมิได้เจตนายกที่บ้าน ซึ่งพิพาทในคดีนี้ให้แก่ฝ่ายจำเลยตามพินัยกรรม จึงระบุไว้ในพินัยกรรมเพียงเท่านั้น ฉะนั้นที่บ้านพิพาทจึงเป็นทรัพย์นอกพินัยกรรมและเป็นมรดกของนายสน พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 489/2493 นางจำเริญ ยะอนันต์ โจทก์ นางจำรัส ยะโสภา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางจำเริญ ยะอนันต์ · จำเลย - นางจำรัส ยะโสภา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร · มนูกิจวิมลอรรถ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2923/2525ฎีกา 933/2496ฎีกา 453/2521ฎีกา 1117/2527ฎีกา 2924/2525ฎีกา 1083/2540ฎีกา 8747/2550ฎีกา 953/2505ฎีกา 1123/2514ฎีกา 3711/2533ฎีกา 1572/2492ฎีกา 1739/2498ฎีกา 2039/2522ฎีกา 1843-1844/2524ฎีกา 2752/2522ฎีกา 3523/2532ฎีกา 476/2511ฎีกา 367/2495ฎีกา 816/2496ฎีกา 1309/2511ฎีกา 458/2533ฎีกา 727/2525ฎีกา 742/2494ฎีกา 1255/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา