⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 476/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 476/2511

ย่อคำพิพากษา

เงื่อนไขแนบกรมธรรม์ประกันภัยมีข้อความว่า "หากมิได้ชำระเบี้ยประกันให้บริษัท ฯ ในงวดใด ก็ให้ยกกรมธรรม์ โดยไม่ต้องคุ้มครองในงวดนั้น และผู้เอาประกันภัยไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น" นั้นหมายความว่า ไม่ใช้กรมธรรม์ประกันภัยบังคับเอาแก่ผู้รับประกันภัยและผู้เอาประกันภัยในชั่วระยะนั้น ซึ่งเสมือนหนึ่งเป็นการเลิกสัญญากรมธรรม์ประกันภัยชั่วคราว ในระยะที่ไม่ชำระเบี้ยประกันนั่นเอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.861

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำรถยนต์ของจำเลยมาเอาประกันในวินาศภัยหรืออุบัติเหตุ จำเลยผิดนัดไม่ชำระเบี้ยประกันภัย จึงขอให้จำเลยใช้เงินกับดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่จำเลยที่รถยนต์จำเลยบุบสลาย จำเลยบอกเลิกสัญญากับโจทก์ การที่จำเลยไม่ชำระเบี้ยประกันแก่โจทก์ ต้องถือว่ากรมธรรม์ประกันภัยเป็นอันยกเลิก วันนัดสืบพยาน โจทก์จำเลยรับกันว่า สัญญากรมธรรม์ประกันภัยและเงื่อนไขท้ายสัญญาที่โจทก์จำเลยอ้างถูกต้อง คำว่า "ค่าเคลม" หมายถึงค่าเสียหายที่ฝ่ายโจทก์ชดใช้แก่จำเลยตามกรมธรรม์ประกันภัย ไม่หมายถึงค่าเบี้ยประกันภัยที่ค้าง คู่ความไม่ติดใจสืบพยาน ขอให้วินิจฉัยข้อเท็จจริงเท่าที่คู่ความรับกันประกอบกับเอกสารท้ากันว่ากรมธรรม์ประกันภัยเลิกหรือไม่ ศาลชั้นต้นฟังว่า สัญญาประกันภัยเลิกกัน นับแต่จำเลยผิดนัดไม่ชำระเบี้ยประกันแก่โจทก์ โจทก์ต้องแพ้คดีตามที่ท้าไว้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามเงื่อนไขแบบกรมธรรม์ข้อ ๓ ที่จำเลยอ้างว่า สัญญากรมธรรม์ประกันภัยเลิกกันแล้วนั้น มีข้อความว่า "หากมิได้ชำระเบี้ยประกันให้บริษัท ฯ ในงวดใด ก็ให้ยกกรมธรรม์โดยไม่ต้องคุ้มครองในงวดนั้น และผู้เอาประกันภัยไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น" ตามเงื่อนไขข้อ ๓ นี้แม้จะใช้คำว่ายกกรมธรรม์ก็ดี ก็มีผลเป็นการไม่ใช้กรมธรรม์นั้น บังคับเอาแก่ผู้รับประกันภัยและผู้เอาประกันภัยในชั่วระยะนั้น ซึ่งกล่าวได้เสมือนหนึ่งว่าเป็นการเลิกสัญญากรมธรรมืประกันภัยนั้นชั่วคราว ชั่วในระยะที่ไม่ชำระเบี้ยประกันนั้นเอง แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความต่อไปว่า การเลิกสัญญากรมธรรม์ประกันภัยชั่วคราวดังกล่าวแล้ว ได้ติดต่อกันตลอดไปตั้งแต่งวดที่ ๓๐ จนถึงงวดที่ ๔๒ จนจำเลยมีหนังสือศาลหมาย ล. ๑ ถึงโจทก์บอกเลิกสัญญากรมธรรม์ตามฟ้องทั้งหมด ซึ่งตามฟ้องของโจทก์ก็อ้างสิทธิเรียกเบี้ยประกันภัยมาเพียงถึงเวลาที่จำเลยบอกเลิกสัญญาตามเอกสาร ล. ๑ เท่านั้น ซึ่งดังได้วินิจฉัยมาแล้ว จึงถือได้ว่า สัญญากรมธรรม์ประกันภัยตามฟ้องได้ยกหรือเลิกติดต่อกันตลอดมาจนถึงวันที่จำเลยบอกเลิกตามเอกสาร ล. ๑ สัญญากรมธรรม์ประกันภัยตามฟ้องไม่ได้เคยกลับฟื้นคืนขึ้นมาใช้ได้ โดยการส่งเบี้ยประกันภัยกันใหม่อีกเลย จึงมีผลเป็นการเลิกสัญญากรมธรรม์ประกันภัยตามฟ้องกันตั้งแต่การไม่ชำระเบี้ยประกันภัยงวดที่ ๓๐ ตลอดมา โจทก์จึงต้องแพ้คดีตามคำท้า พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 476/2511 บริษัทสหเวชชภัณฑ์ประกันภัย จำกัด โดยนายสัญญา สหเวชชภัณฑ์ เป็น กรรมการอำนวยการ โจทก์ บริษัทขนส่ง จำกัด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความเป็น - บริษัทสหเวชชภัณฑ์ประกันภัย จำกัด โดยนายสัญญา สหเวชชภัณฑ์ · โจทก์ - กรรมการอำนวยการ · ล. - บริษัทขนส่ง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร เศวตรุนทร์ · จิตติ ติงศภัทิย์ · ประสม เภกะสุต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - ม.ร.ว. ทองเพิ่ม ทองแถม · ศาลอุทธรณ์ - นายลออง จุลกะเศียน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 462/2550ฎีกา 105/2525ฎีกา 2923/2525ฎีกา 964/2512ฎีกา 1299/2521ฎีกา 7339/2537ฎีกา 1241/2491ฎีกา 933/2496ฎีกา 801-802/2492ฎีกา 320/2488ฎีกา 1746/2540ฎีกา 793/2546ฎีกา 3760/2533ฎีกา 1117/2527ฎีกา 2658/2544ฎีกา 1172/2514ฎีกา 529/2513ฎีกา 1106/2516ฎีกา 864/2499ฎีกา 134/2513ฎีกา 259/2539ฎีกา 2681/2519ฎีกา 10421/2551ฎีกา 385/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา