⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1739/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1739/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ปลูกสร้างลงบนที่ดินย่อมตกเป็นส่วนควบของที่ดินนั้น และตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดิน เว้นแต่จะมีข้อตกลงเป็นอย่างอื่น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ขออนุญาตปลูกเรือนพิพาทในที่วัดโดยตกลงกับวัดไว้ตามความตอนหนึ่ง ในหนังสือของโจทก์ที่มีไปถึงวัดดังนี้ "บ้านพักซึ่งหม่อมฉันปลูกไว้ในที่ดินขออาศัยนี้ หากหม่อมฉันเป็นตายร้ายดีหรือจะอยู่ในที่นั้นไม่ได้ต่อไป ก็ขอน้อถวายให้เป็นสมบัติของวัดพระมหาธาตุต่อไปด้วย" เช่นนี้ย่อมเป็นการแสดงออกซึ่งเจตนาโดยชัดแจ้งว่าให้สิ่งปลูกสร้างนั้นเป็นส่วนควบกับที่ดินจะไม่รื้อถอนเอาไป เรือนพิพาทย่อมตกได้แก่เจ้าของที่ดินตาม ป.พ.พ.ม. 107 กรณีไม่เข้าข้อยกเว้นตาม ม.109 ดังนี้เมื่อโจทก์ไม่พอใจอยู่บ้านนั้นต่อไปแล้ว โจทก์ก็ไม่มีสิทธิรื้อถอนเรือนไปด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.107 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.109 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้อาศัยปลูกเรือนในที่วัดสิงห์(วัดร้าง) ตำบลในเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ปกครองวัดสิงห์ โจทก์จ้างช่างปลูกเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ต่อมาโจทก์ไม่พอใจอยู่จึงออกไปและได้ให้คนไปรื้อ จำเลยที่ ๒ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ ๑ ได้ร้องต่อเจ้าหน้าที่ให้จับกุมผู้ซื้อเป็นเหตุให้การรื้อต้องสดุดหยุดลง ตัวเรือนกรำแดดกรำผน โจทก์ไม่สามารถจะรับคืนมาในสภาพปกติ จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์และให้จำเลยใช้ราคาเรือน ๒๐,๐๐๐ บาท โดยให้จำเลยรับเอาเรือนไป จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ได้ขอปลูกเรือนพิพาทในที่วัดจริงแต่ได้ตกลงให้สัญญาว่าหากโจทก์ตายหรือจะอยู่ในที่ไม่ได้ต่อไปก็ขอถวายบ้านพัก (เรือนพิพาท) ให้เป็นสมบัติของวัดพระมหาธาตุ ในฐานะที่จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ปกครองวัดสิงห์และเป็นเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุ จึงยอมตกลงโจทก์แสดงเจตนาให้เรือนพิพาทเป็นสมบัติของวัดมาแต่ต้นแล้ว คู่ความต่างไม่ติดใจสืบพยานบุคคล ขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินตามฟ้องคำให้การและพยานเอกสาร ตามคำรับที่ส่งศาล ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชพิพากษายกฟ้องโจทก์ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาคงมีแต่เพียงว่าเรือนพิพาทนี้เป็นของโจทก์หรือของวัด ได้ความว่าเรือนพิพาทโจทก์ปลูกในที่ดินของวัดโดยวัดยินยอมอนุญาตเพราะโจทก์ตกลงว่า "บ้านพักซึ่งหม่อมฉันปลูกไว้ในที่ดินที่ขออาศัยนี้ หากหม่อมฉันเป็นตายร้ายดีลง หรือจะอยู่ในที่นั้นไม่ได้อีกต่อไปก็ขอน้อมถวายให้เป็นสมบัติของวัดพระมหาธาตุต่อไปด้วย" ฉนี้เป็นการแสดงออกซึ่งเจตนาโดยชัดแจ้งว่าให้สิ่งปลูกสร้างนั้นเป็นส่วนควบกับที่ดินจะไม่รื้อถอนเอาไป วัดซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินย่อมเป็นเจ้าของโรงเรือนนั้นตามหลักส่วนความตาม ป.พ.พ.ม.๑๐๗ กรณีไม่มีทางที่จะเข้าข้อยกเว้นตาม ม.๑๐๙ โจทก์ไม่มีสิทธิจะรื้อถอน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1739/2498 นางนุ่ม ณ นคร (หม้าย) โจทก์ พระศรีธรรมประสาธน์ ที่ 1 นายพร้อม เสพสุข ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนุ่ม ณ นคร (หม้าย) · จำเลย - พระศรีธรรมประสาธน์ ที่ 1 นายพร้อม เสพสุข ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นางแสวง พุทธสถิตย์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิมนต์ นฤนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 2923/2525ฎีกา 964/2512ฎีกา 1241/2491ฎีกา 933/2496ฎีกา 1781/2509ฎีกา 801-802/2492ฎีกา 320/2488ฎีกา 799/2492ฎีกา 1117/2527ฎีกา 558/2521ฎีกา 864/2499ฎีกา 975/2519ฎีกา 134/2513ฎีกา 2681/2519ฎีกา 385/2493ฎีกา 1365/2505ฎีกา 2750/2530ฎีกา 1525/2513ฎีกา 2987/2517ฎีกา 1816/2511ฎีกา 2389/2532ฎีกา 1123/2514ฎีกา 401/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา