⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 637/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 131

ย่อคำพิพากษา

เจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 131 ฟ้องคดีอาญาฐานเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินยักยอกเงินในหน้าที่ ที่ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมและแม้โจทก์จะขอให้ลงโทษตามมาตรา 131 มา แต่ศาลลงโทษตามมาตรา 319(3) ซึ่งมีโทษเบากว่าได้ ศาลชั้นต้นจำคุกจำเลย 5 ปี ศาลอุทธรณ์แก้บทและแก้โทษจำคุกเป็น 4 ปี ดังนี้เป็นแก้ไขมาก ไม่ต้องห้ามฎีกาตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 200

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.319 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าออมสินสาขาจังหวัดมหาสารคามเดิมสังกัดกรมไปรษณีย์โทรเลข กระทรวงคมนาคม ต่อมาได้โอนกิจการและตำแหน่งมาสังกัดกระทรวงการคลัง มีหน้าที่รับฝากเงินจ่ายเงิน และโอนเงินขององค์การและประชาชน ซึ่งรัฐบาลแห่งประเทศไทยเป็นประกัน เพื่อประกันธุรกิจของคลังออมสินอและธนาคารออมสิน และมีหน้าที่ปกคตรองเก็บรักษาเงินที่ได้รับในหน้าที่ของจำเลยไว้เพื่อจ่ายและโอน จำเลยได้บังอาจยักยอกเอาเงินซึ่งอยู่ในความปกครองของจำเลยใช้ในธุรกิจของคลังออมสินและธนาคารออมสินในตำแหน่งหน้าที่ของจำเลยเป็นประโยชน์ส่วนตัว เป็นจำนวนเงิน ๖๗๓๘๙ บาท ๙๖ สตางค์ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๑ แก้ไขเพิ่มเติม จำเลยปฏิเสธหลายประการ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยกระทำผิดดังฟ้องและเห็นว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานธนาคารออมสินให้จำคุก ๕ ปีตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๑ แก้ไขเพิ่มเติม และให้ใช้เงิน ศาลอุทธรณ์เชื่อข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้น แต่เห็นว่าธนาคารออมิสนไม่ใช่หน่วยงานราการของรัฐบาล จำเลยไม่ใช่เจ้าพนักงานตามมาตรา ๑๓๑ แต่จำเลยมีหน้าที่ควบคุมเงินรายนี้ในกิจธุระของธนาคาร ตามมาตรา ๓๑๙(๓) ซึ่งโจทก์บรรยายฟ้องประสงค์ให้ลงโทษ แต่ล้างบทมาตราผิด ศาลงโทษได้ตามมาตรา ๑๙๒ วรรค ๔ ป.ม.วิ.อาญา พิพากษาแก้ให้จำคุก ๔ ปี ตามมาตรา ๓๑๙ ข้อ ๓ และให้ใช้เงิน โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์แก้ทั้งบทกฎหมายและกำหนดโทษ เป็นแก้มากไม่ต้องห้ามฎีกา และโจทก์กล่าวฟ้องชัดแจ้งแล้วไม่เคลือบคลุทม กับเชื่อข้อเท็จจริงตามศาลล่างแต่เจ้าหน้าที่ของธนาคารออมสินมิได้รับเิงนเดือนในงบประมาณแผ่นดิน และเมื่อโอนกิจการธนาคารออมสินก็ได้รับบำเหน็จบำนาญขาดตอนไปแล้ว และตาม พ.ร.บ.ธนาคารออมสินก็ไม่มีบทบัญญัติแสดงว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินเป็นเจ้าพนักงาน จะลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานไม่ได้ แต่เห็นว่าความผิดตามมาตรา ๑๓๑และ มาตรา ๓๑๙(๓) ต่างเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ในหน้าที่ ทั้ง ๒ มาตรา มาตรา ๑๓๑ สำหรับเจ้าพนักงาน ส่วนมาตรา ๓๑๙ ข้อ ๓ วรรคแรกไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นเจ้าพนักงานหรือไม่ แต่มาตรา ๑๓๑ กำหนดโทษหนักกว่ามาตรา ๓๑๙ เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า ผู้กระทำผิดมีความผิดเบาว่าบทกหมายที่อ้างมา ศาลลงโทษตามบทที่เบากว่าได้ เห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2493 อัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นายนิยม ศิริกูล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดมหาสารคาม · จำเลย - นายนิยม ศิริกูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · จำรูญเนติศาสตร์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายเสรี ลิมปนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงปริพนธ์พจพิสุทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 1588/2479ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1992/2530ฎีกา 1638/2492ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา