⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1255/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1255/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงเจตนาเพราะถูกกลฉ้อฉลเป็นโมฆียะกรรม ซึ่งจะสมบูรณ์เมื่อพ้นกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดให้บอกล้าง

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องว่า จำเลยใช้กลฉ้อฉลหลอกลวงโจทก์ให้เข้าทำสัญญาขายที่ดินของโจทก์ให้จำเลยโดยที่โจทก์ไม่ได้ตกลงขายนั้น เป็นเรื่องโมฆียะกรรมตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 121 ต้องฟ้องเสียภายใน 10 ปี นับแต่วันทำนิติกรรม ฟ้องที่ถือว่าเคลือบคลุมไม่ควรรับไว้พิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.121 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.143

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องมีใจความว่า จำเลยใช้กลฉ้อฉลหลอกลวงโจทก์ให้เข้าทำสัญญาขายที่ดินให้จำเลย โดยที่โจทก์ไม่ได้ตกลงขายจึงขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยเสีย ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีเกิน ๑๐ ปี คดีขาดอายุความ จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องของโจทก์เริ่มต้นกล่าวว่าจำเลยได้ตกลงกับโจทก์ว่า จำเลยต้องการทำนาของโจทก์ในโฉนดที่ ๓๐๑๘ ซึ่งจำนองนายบัวไว้ และให้นายบัวทำนานั้นต่างดอกเบี้ย โดยกำหนดจะเอาเงินจากนายซุ่นเฮงมาใช้หนี้ให้แก่นายบัวเอง แต่นายซุ่นเฮงต้องการให้จำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นเสียก่อน ให้โจทก์ทำจำนองแก่จำเลยไว้ก่อน เมื่อมีชื่อจำเลยเป็นผู้รับจำนองแล้ว จำเลยจะได้ไปเอาเงินจานายซุ่นเฮง โจทก์หลงเชื่อจึงยอมโอนทะเบียนให้จำเลยในลักษณะการจำนอง โจทก์จึงได้ไถ่ถอนการจำนองจากนายบัว และโอนสิทธิทางทะเบียนให้จำเลยแล้ว จำเลยได้จำนองแก่นายซุ่นเฮงอีกทอดหนี่งในวันเดียวกันนั้นเอง ความจริงโจทก์ไม่ได้ขายให้แก่จำเลย ต่อมาภายหลังโจทก์จึงทราบว่าการกลับกลายว่าโจทก์ได้ขายที่พิพาทให้จำเลยไป ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องของโจทก์กล่าวความขัดกันเองอยู่ในตัว จึงเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมไม่แน่นอน ไม่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ จึงเป็นฟ้องที่ไม่ควรรับไว้พิจารณาชอบที่ศาลจะยกฟ้องเสียได้ แม้หากจะฟังว่า ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่ควรรับไว้พิจารณา เพราะโจทก์อ้างว่าถูกจำเลยใช้กลฉ้อฉลให้โจทก์เข้าทำนิติกรรม ก็เป็นเรื่องโมฆียะกรรมตามมาตรา ๑๒๑ ป.ม.แพ่ง ฯ โจทก์ฟ้องเมื่อล่วงพ้น ๑๐ ปีแล้วนับแต่วันทำนิติกรรม โจทก์หมดสิทธิบอกล้างแล้วตามมาตรา ๑๔๓ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1255/2494 นายตี่ ทองชื่นจิตร โจทก์ นายเจริญ สมทอง ที่ 1,นางเปรื่อง สมทอง ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายตี่ ทองชื่นจิตร · จำเลย - นายเจริญ สมทอง ที่ 1,นางเปรื่อง สมทอง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทประชา · มนูภันย์วิมลสาร · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายเชิญ โกศิน · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิวาทนฤพุฒิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1561/2520ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2383/2536ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา