คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1272-1273/2494
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้บังคับการเรือแห่งราชนาวีไทยที่จับกุมคนต่างด้าวลักลอบทำการประมงในเขตน่านน้ำไทย ถือเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่และพนักงานสอบสวนตามกฎหมาย
การสอบสวนของพนักงานสอบสวนและผู้บังคับการเรือที่จับกุมจำเลย จะถือว่าชอบด้วยกฎหมายหากจำเลยมิได้คัดค้านเรื่องการสอบสวนหรืออำนาจศาล
ย่อคำพิพากษา
ผู้บังคับการเรืองแห่งราชนาวีไทยผู้กระทำการจับกุม หรือสั่งให้จับกุมคนต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาทำการประมงในเขตน่านน้ำไทยนั้น ย่อมเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่และเป็นพนักงานสอบสวนคดีนั้นตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย 2482
ความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย 2482 ซึ่งฟ้องโจทก์บรรยายไว้ด้วยว่า พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่แห่งหนึ่งและผู้บังคับการเรือซึ่งจับกุมจำเลยเป็นผู้สอบสวนจำเลยแล้วเมื่อจำเลยมิได้ให้การคัดค้านเรื่องการสอบสวนนี้ หรืออำนาจศาลแต่อย่างใดเลย ดังนี้ เมื่อไม่ปรากฎโดยชัดแจ้งเป็นอย่างอื่น ก็ต้องฟังว่า การสอบสวนนั้นได้กระทำโดยชอบถูกต้องตามที่กล่าวในฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสองสำนวนที่ โจทก์ฟ้องจำเลยอย่างเดียวกันว่าจำเลยเป็นบุคคลต่างด้าว มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดเปอลิศ สหรัฐมลายู นอกราชอาณาจักรไทย ได้ลักลอบเข้ามมาทำการประมงในเขตน่านน้ำไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.การประมงไทย ๒๔๙๐ พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตนการประมงไทย ๒๔๘๒
จำเลยทุกคนปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า เรื่องนี้จำเลยจะได้ใช้อวนจับปลาหรือไม่ กรณียังเป็นที่สงสัย ทั้งไม่แน่ว่าการจับปลานี้อยู่ในเขตน่านน้ำไทยหรือไม่ จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เหตุเรื่องนี้เกิดขึ้นในเขตอำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล จับจำเลยได้ในเขตจังหวัดสตูลตามปกติย่อมเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนอำเภอเมืองสตูล เป็นผู้สอบสวนและฟ้องที่ศาลจังหวัดสตูล แต่คดีนี้โจทก์บรรยายว่า พนักงานสอบสวนอำเภอกันตังสอบสวนร่วมกับผู้บังคับการเรือ ก.๑๐๑ และฟ้องที่ศาลจังหวัดตรัง จึงเป็นการฟ้องผิดศาล จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องในคดีนี้ โจทก์กล่าวในต้อนต้นแห่งคำฟ้องว่า " พนักงานสอบสวนอำเภอกันตังและผู้บังคับการเรือ ก.๑๐๑ แห่งราชนาวีไทยได้สอบสวนแล้ว " และในตอนท้ายแห่งคำฟ้องกล่าวอีกว่า " ผู้บังคับการเรือ ก.๑๐๑ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนได้สอบสวนความผิดของจำเลยแล้ว คดีนี้จำเลยมิได้ให้การคัดค้านเรือการสอบสวนนี้ หรืออำนาจศาลแต่อย่างไรเลย ฉะนั้นเมื่อไม่ปรากฎเป็นอย่างอื่น ก็ต้องฟังว่าการสอบสวนรายนี้ได้กระทำโดยชอบถูกต้องตามที่กล่าวในฟ้อง
ในส่วนประเด็นเกี่ยวกับการสอบสวนว่า จะชอบหรือไม่นั้น ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย ๒๔๘๒ มาตรา ๔ และ ๑๐ ผู้บังคับการเรือแห่งราชนาวีผู้กระทำการจับกุมหรือสั่งให้จับกุมนั้น มีอำนาจทำการสอบสวนได้ ฯลฯ และจะสอบสวนในท้องที่ก็ได้ เมื่อคดีนี้จำเลยไม่ได้คัดค้าน เรื่องการสอบสวนและอำนาจศาล และคดีก็ไม่ปรากฎโดยชัดแจ้งเป็นอย่างอื่น ก็ต้องฟังว่าถูกต้องตามที่กล่าวในฟ้อง ศาลจังหวัดตรังจึงย่อมมีอำนาจชำระคดีนี้ก็ได้
จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1272 - 1273/2494
อัยการตรัง โจทก์
นายอิบราฮิม บินสาดที่ 1,นายลิดช้วน แซ่ฟู ที่ 2, นายมะกะ บินสอีด ที่ 3 จำเลย
อัยการตรัง โจทก์
นายอาลี มินยาบที่ 1,นายอะมิดิ่น ที่ 2,นายสะเหล็ม บินโหยบ ที่ 3,นายอุนหมะลี
ที่ 4 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการตรัง · จำเลย - นายอิบราฮิม บินสาดที่ 1,นายลิดช้วน แซ่ฟู ที่ 2, นายมะกะ บินสอีด ที่ 3 · โจทก์ - อัยการตรัง · 3,นายอุนหมะลี - นายอาลี มินยาบที่ 1,นายอะมิดิ่น ที่ 2,นายสะเหล็ม บินโหยบ ที่ · จำเลย - ที่ 4 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · นาถปรีชา · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายถนัด ลีลากุล · ศาลอุทธรณ์ - ม.จ.วุฒิภาคเกษมสันต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา