คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1611-1613/2494
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น โดยระบุถึงการกระทำที่ใช้กำลังกายและอวัยวะต่างๆ ในการทำร้าย ถือว่าเป็นการบรรยายข้อเท็จจริงที่เพียงพอให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
การวินิจฉัยว่าการบาดเจ็บของผู้เสียหายเข้าข่ายเป็นอันตรายถึงทุพพลภาพหรือไม่ ต้องพิจารณาจากลักษณะบาดแผล ระยะเวลาการรักษา และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
การนำโทษเก่ามาบวกกับโทษใหม่ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 42 (แก้ไขเพิ่มเติม) จะกระทำได้ต่อเมื่อจำเลยได้รับโทษจำคุกในความผิดครั้งใหม่เท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องบรรยายว่า จำเลยบังอาจสมคบกันใช้กำลังกายโดยใช้มือกอดรัดคอ ตบ ตี ชก และข้อศอกตีและใช้เท้าเตะกลุ้มรุมทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ฯลฯ ดังนี้ เป็นการบรรยายข้อเท็จจริงพอสมควรเท่าที่จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158 แล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
ถูกทำร้ายมีบาดแผล 4 แห่ง คือ หน้าผากเหนือคิ้วขวาเป็นรอยขีดหนังขาดโลหิตชับ ที่ใต้ตาขวาฟกช้ำหนังกำพร้าขาดโลหิตชับเหนือคิ้วซ้ายมีรอยฟกบวมเล็กน้อยกับที่ต้นคอและบ่าซ้ายบวมอักเสบและที่ข้อไหล่ซ้ายเคล็ดใช้แขนไม่สดวกอีกแห่งหนึ่ง บาดแผลหลังนี้ต้องรักษาอยู่เดือนเศษจึงหาย เรียกได้ว่ามีอาการถึงทุพพลภาพ จึงเป็นบาดเจ็บตามก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 254
ก.ม.ลักษณะอาญาแก้ไขเพิ่มเติมฉะบับที่ 14 พ.ศ.2494 ที่แก้ไขมาตรา 41,42 นั้น ไม่มีการเพิ่มโทษสำหรับที่ถูกรอการลงอาญาไว้ และการที่จะนำโทษเก่ามาบวกกับโทษใหม่ตามมาตรา 42 นั้น โทษครั้งใหม่ที่จำเลยได้รับต้องเป็นโทษจำคุกด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดี ๓ สำนวนนี้เป็นกรณีเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน ว่า นางสาวพยอม นางดำ นางลำดวนและนายสุจิตต์ผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๔ จำคุกคนละ ๑ เดือน เพิ่มโทษนางลำดวนตามมาตรา ๗๒ ประกอบด้วยมาตรา ๔๒ อีก ๑ ใน ๓ กับให้เอาโทษที่รอไว้ประกอบด้วยมาตรา ๔๒ อีก ๑ ใน ๓ กับให้เอาโทษที่รอไว้ตามสำนวนคดีอาญาแดงที่ ๑๔๓/๒๔๙๑ มาลงแก่นางดำด้วยยกฟ้องของนางสาลี่ นางสาวพยอมเสีย ปล่อยนางจินดารัตน์ไป
จำเลยที่ต้องโทษอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ต้องโทษฎีกาหลายประการ
ในฎีกาข้อ ๑ ที่ว่าฟ้องเคลือบคลุมนั้น โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจสมคบกันใช้กำลังกายโดยใช้มือรัดคอ ตบ ตี ชก และข้อศอกตีและใช้เท้าเตะ กลุ้มรุมทำร้ายร่างกายนางจินดารัตน์ ฯลฯ ดังนี้ เห็นได้ว่าโจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงพอสมควรเท่าที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาได้ดีตามมาตรา ๑๕๐ ป.ม.วิ.อาญาแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
ฎีกาข้อ ๒ ว่า บาดแผลไม่ถึงบาดเจ็บนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า บาดแผลของนางจินดารัตน์มีอยู่ ๔ แห่ง คือที่หน้าผากเหนือคิ้วขวาเป็นรอยขีด หนังขาดโลหิตชับแห่งหนึ่ง ที่ใต้ตาขวาเป็นรอยฟกช้ำหนังกำพร้าขาด โลหิตชับแห่งหนึ่ง ที่เหนือคิ้วซ้ายมีรอยฟกบวมเล็กน้อยแห่งหนึ่ง กับที่ต้นคอและบ่าซ้ายช้ำบวมอักเสบ และที่ข้อไหล่ซ้ายเคล็ด ใช้แขนไม่สดวกอีกแห่งหนึ่ง บาดแผลหลังนี้แพทย์ผู้ชัณสูตรประมาณว่าจะต้องรักษา ๒๒ วันแต่ความจริงนางจินดารัตน์ต้องรักษาตัวอยู่เดือนเศษจึงหายเรียกได้ว่านางจินดารัตน์มีอาการถึงทุพพลภาพจึงเป็นบาดเจ็บตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๔
ฎีกาข้ออื่นเป็นข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาแต่ศาลฎีกาเห็นว่าศาลล่างพิพากษาวางโทษจำเลยแรงไป จึงพิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยคนละ ๑๕ วัน ปรับคนละ ๕๐๐ บาทตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๔ แต่โทษจำคุกให้ยกเสียตามมาตรา ๔๐ คงปรับสถานเดียว ส่วนข้อที่ขอให้เพิ่มโทษนางดำและเอาโทษที่รอการลงอาญามาตรา ๔๑,๔๒ มาลงแก่นางดำอีกนั้น มาตรา ๔๑,๔๒ ได้ถูกแก้ไขใหม่ ไม่มีการเพิ่มโทษสำหรับการที่ถูกรอการลงอาญาไว้ จึงเพิ่มโทษไม่ได้ และจะเอาโทษที่รอไว้มาลงก็ไม่ได้ เพราะโทษในคดีมิได้ให้จำคุก
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1611 - 1613/2494
นางลี่ ณระนอง ที่ 1, น.ส.พยอม ณระนองที่ 2 โจทก์
นางจินดารัตน์ วิมลจันทร์ จำเลย
พนักงานอัยการพัทลุง , นางจินดารัตน์ วิมลจันทร์ โจทก์
น.สาลี่ ณระนองที่ 1, น.ส.พยอม ณระนองที่ 2 ,นางแดงหรือ ลำดวน นากเรือง ที่
3 ,นางคำ ณระนองที่ 4 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางลี่ ณระนอง ที่ 1, น.ส.พยอม ณระนองที่ 2 · จำเลย - นางจินดารัตน์ วิมลจันทร์ · โจทก์ - พนักงานอัยการพัทลุง , นางจินดารัตน์ วิมลจันทร์ · ที่ - น.สาลี่ ณระนองที่ 1, น.ส.พยอม ณระนองที่ 2 ,นางแดงหรือ ลำดวน นากเรือง · จำเลย - 3 ,นางคำ ณระนองที่ 4 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประศาสน์วินิจฉัย · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพัทลุง - นายเพ็ญ ญาณประสาท · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิภาศนฤพนธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา