⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 195/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2494

ย่อคำพิพากษา

คู่ควางตกลงท้ากันว่า มีประเด็นข้อเดียวคือ ข้อที่ว่าที่พิพาทนี้ฝ่ายใดอาศัยอยู่จากอีกฝ่ายกันแน่ ถ้าศาลชี้ขาดว่าโจทก์อาศัยจำเลย โจทก์ก็แพ้ถ้าจำเลยอาศัยโจทก์ จำเลยก็แพ้ ประเด็นนอกนั้นต่างไม่สืบแต่ทางพิจารณาจะฟังว่าฝ่ายใดอาศัยฝ่ายหนึ่งดังที่ต่างอ้างและต่างท้ากันหาได้ไม่ คงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์และจำเลยด้วยกัน และต่างก็ครอบครองที่รายนี้มาด้วยกัน ดังนี้ โจทก์จะบังคับขับไล่จำเลยโดยถือว่าเป็นของโจทก์ทั้งหมดหาได้ไม่ ทั้งคดีของโจทก์ก็มิได้ตั้งประเด็นในเรื่องขอแบ่งแต่อย่างใด จึงยังไม่สมควรแบ่งให้ ต้องยกฟ้องแต่ไม่ตัดสิทธิคู่ความในอันจะฟ้องร้องขอแบ่งกันต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.143 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยให้รื้อถอนเรือนของจำเลยออกไปจากที่พิพาท โดยอ้างว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยเป็นบุตรเขยและบุตรสาวมาอาศัยอยู่ จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นสินเดิมของบิดา ๆ ยกให้จำเลยจำเลยปกครองมาเกิน ๑๐ ปี ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย จึงให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยอาศัยโจทก์ ให้ขับไล่จำเลยออกไปจากที่พิพาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ในวันชี้สองสถาน คู่ความตกลงท้ากันว่า มีประเด็นสืบข้อเดียวคือข้อที่ว่าที่พิพาทนนี้ฝ่ายใดอาศัยอยู่จากอีกฝ่ายหนึ่งกันแน่ ถ้าศาลชี้ขาดว่า โจทก์อาศัยจำเลย โจทก์ก็แพ้ ถ้าศาลชี้ขาดว่าจำเลยอาศัยที่พิพาทจากโจทก์ จำเลยก็แพ้ประเด็นนอกนั้นต่างไม่สืบ ทางพิจารณายากที่จะเชื่อฟังเอาเป็นความจริงทางฝ่ายใด แต่ปรากฎว่าในที่พิพาทต่างมีเรือนโจทก์และจำเลยฝ่ายละ ๑ หลังปลูกอยู่ในตอนใต้ด้วยกัน ประกอบกับพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลย ซึ่งเป็นมารดากับบุตรกันแล้ว รูปคดีน่าเชื่อว่าเมื่อนายแก้วสามีโจทก์ตายแล้ว โจทก์จำเลยต่างได้ครอบครองที่พิพาทนี้ร่วมกันตลอดมา จะฟังว่าฝ่ายใดอาศัยฝ่ายหนึ่งดังที่ต่างอ้างและที่ต่างท้ากันหาได้ไม่ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ที่พิพาทอันเป็นทรัพย์สินสมรสระหว่างนายแก้วและโจทก์ก็จะต้องแบ่งกันตามส่วน และส่วนของนายแก้วย่อมเป็นมรดกตกได้แก่ทายาท จำเลยที่ ๒ เป็นทายาทของนายแก้ว และได้ครอบครองที่รายนี้มา ย่อมมีสิทธิในที่พิพาทร่วมกับโจทก์ด้วย โจทก์จะบังคับขับไล่จำเลยโดยถือว่าเป็นของโจทก์ทั้งหมดหาได้ไม่ ทั้งคดีนี้โจทก์มิได้ตั้งประเด็นในเรื่องขอแบ่งแต่อย่างใด จึงยังไม่สมควรแบ่งให้ ต้องยกฟ้องแต่ไม่ตัดสิทธิคู่ความในอันที่จะฟ้องร้องขอแบ่งกันต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2494 นางอ่อน ไมฤทธิ์ โจทก์ นายยก สุดใจ ที่ 1 , นายชุม สุดใจที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอ่อน ไมฤทธิ์ · จำเลย - นายยก สุดใจ ที่ 1 , นายชุม สุดใจที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - นายเพ็ญ ญาณประสาท · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยนิติศาสตร์โกศล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3996/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 8688/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2135/2518ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 848/2534ฎีกา 533/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา