คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 501/2494
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยหลบหนีและไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยผู้นั้นไม่ได้ จนกว่าจำเลยจะถูกจับกุมและฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว
ย่อคำพิพากษา
จำเลยในคดีอาญาหลบหนียังไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสียคนหนึ่ง คงฟังแต่จำเลยอีกคนหนึ่งอีกคนหนึ่งเพียงคนเดียว แม้โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้ง 2 คนก็ตาม ก็ถือว่าคดีเฉพาะจำเลยที่หลบหนี โจทก์ยังฎีกาไม่ได้ ศาลฎีกาคงวินิจฉัยเฉพาะจำเลยที่ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วเท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานสมคบกันลักทรัพย์หรือรับของโจรตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๖,๓๒๑
จำเลยทั้งสองปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสอง ฐานลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๙๖ จำคุกคนละ ๕ ปี
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำพยานโจทก์ยังเป็นที่สงสัยพิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง
ศาลฎีกาได้ประชุมพิจารณาแล้ว ความปรากฎว่า นายแทนจำเลยได้หลบหนี จนบัดนี้ยังไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๒๑๖ ให้ฎีกาภายใน ๑ เดือน นับแต่วันอ่านให้จำเลยฟัง คดีนี้เฉพาะนายแทนจำเลย โจทก์จึงยังฎีกาไม่ได้ คงมีข้อวินิจฉัยเฉพาะนายอินทร์จำเลยผู้เดียวเท่านั้น แล้วฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 501/2494
อัยการนครพนม โจทก์
นายแทน พ่อเสือที่ 1, นายอินทร์ ยะมาตย์เมืองที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการนครพนม · จำเลย - นายแทน พ่อเสือที่ 1, นายอินทร์ ยะมาตย์เมืองที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา · ศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครพนม - นายนิคม ชัยอาญา · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒินัยเนติศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา