⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4681-4682/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4681-4682/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาที่เพิ่มประเด็นใหม่ต้องอยู่ภายในกำหนดอายุฎีกาตามกฎหมาย การกระทำของผู้ที่เข้ามารับสมอ้างว่าเป็นผู้กระทำผิดแทนผู้อื่นจนทำให้กระบวนพิจารณาไม่อาจดำเนินไปตามความเที่ยงธรรม ถือเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอันเป็นการละเมิดอำนาจศาล

ย่อคำพิพากษา

ข้อความตามที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ที่ 3 ขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาเป็นเรื่องขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายและวิธีพิจารณาความรวมหลายประการ จึงเป็นการเพิ่มประเด็นจากที่ฎีกาไว้เดิม การขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ที่ 3 จึงต้องอยู่ในบังคับอายุฎีกาหนึ่งเดือนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 ดังนั้นการที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ที่ 3 ขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาเมื่อล่วงเลยกำหนดอายุฎีกาแล้ว จึงรับไว้เป็นส่วนหนึ่งของฎีกาเดิมไม่ได้ การที่ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนต่อมาภายหลังจากที่จำเลยให้การรับสารภาพแล้ว เป็นการไต่สวนเพื่อหาความจริงเรื่องละเมิดอำนาจศาลตามอำนาจของศาลชั้นต้น จึงไม่ใช่เป็นการสืบพยานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือเป็นการสืบพยานแทนจำเลยเพื่อหักล้างคำฟ้องของโจทก์ดังที่โจทก์ฎีกา การรับฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ใช่ผู้กระทำผิดเป็นเรื่องของผลซึ่งเกิดขึ้นจากการไต่สวนดังกล่าวแล้วนั้นเอง เมื่อข้อเท็จจริงจากการไต่สวนรับฟังได้ว่าจำเลยเข้ามารับสมอ้างว่าเป็นผู้กระทำผิด ย่อมเป็นเหตุให้ผู้กระทำผิดที่แท้จริงไม่ต้องถูกลงโทษทำให้กระบวนพิจารณาไม่อาจดำเนินไปตามความเที่ยงธรรมได้ การกระทำของจำเลยซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอันเป็นการละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31(1) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีและจำหน่ายเครื่องกระสุนปืนหลายชนิดสำหรับการค้ากับทำส่งนำเข้าและค้าซึ่งดอกไม้เพลิงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาและทำการไต่สวนกรณีละเมิดอำนาจศาลแล้วฟังว่าจำเลยมิได้กระทำผิด พิพากษายกฟ้อง และมีคำสั่งลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามในข้อหาละเมิดอำนาจศาล โจทก์ ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้กระบวนพิจารณาในชั้นฎีกาจะไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาว่า ให้คู่ความกระทำได้หรือไม่เพียงใดรวมทั้งกำหนดเวลาแห่งการนั้น แต่ก็เห็นว่ากรณีที่กฎหมายไม่มีบทห้ามเช่นนี้ คู่ความที่จะแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาที่ยื่นไว้แล้วได้ แต่ไม่หมายความว่าจะแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาได้โดยไม่มีกำหนดเวลาข้อความที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ที่ 3 ขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาเป็นเรื่องขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายและวิธีพิจารณาความรวมหลายประการ จึงเป็นการเพิ่มประเด็นจากที่ฎีกาไว้เดิม การขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ที่ 3 จึงต้องอยู่ในบังคับอายุฎีกาหนึ่งเดือนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 ดังนั้นการที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ที่ 3 ขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาเมื่อล่วงเลยกำหนดอายุฎีกาแล้วจึงรับไว้เป็นส่วนหนึ่งของฎีกาเดิมไม่ได้ ผลจากการไต่สวนในเรื่องละเมิดอำนาจศาลซึ่งเป็นอำนาจของศาลชั้นต้นดังกล่าวแล้ว รับฟังเอาเป็นยุติแน่นอนไม่ได้ว่า จำเลยชื่ออะไรและเป็นใครกันแน่ แต่ก็รับฟังได้แน่ชัดจากการไต่สวนก็คือจำเลยไม่ใช่เจ้าของกระสุนปืน รวมทั้งแก๊ปและดอกไม้เพลิงของกลางทั้งสามกล่อง จำเลยจึงไม่ใช่ผู้กระทำผิดดังโจทก์ฟ้อง ส่วนจำเลยจะเป็นใครมาจากไหนไม่จำต้องวินิจฉัยที่โจทก์ฎีกาว่าการที่จำเลยจะให้การอย่างไรเป็นสิทธิของจำเลยแม้จะให้การโกหกก็ตาม เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ และโจทก์จำเลยต่างไม่ติดใจสืบพยานต่อไป ศาลย่อมพิพากษาได้ทันที การที่ศาลทำการสืบพยานเองโดยโจทก์จำเลยไม่สืบพยานจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เห็นว่าการที่ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนต่อมาภายหลังจากที่จำเลยให้การรับสารภาพแล้ว เป็นการไต่สวนเพื่อหาความจริงเรื่องละเมิดอำนาจศาลตามอำนาจของศาล จึงไม่ใช่เป็นการสืบพยานการไต่สวนดังกล่าวเป็นอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะกระทำได้เอง ไม่เกี่ยวกับการสืบพยานของโจทก์จำเลยจึงไม่ใช่เป็นการสืบพยานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือเป็นการสืบพยานแทนจำเลยเพื่อหักล้างคำฟ้องของโจทก์ดังที่โจทก์ฎีกา การรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วเป็นเรื่องของผลซึ่งเกิดขึ้นจากการไต่สวนดังกล่าวแล้วนั่นเอง เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยเข้ามารับสมอ้างเป็นเจ้าของของกลางการเข้ามารับสมอ้างของจำเลยดังกล่าวย่อมเป็นเหตุให้ผู้กระทำผิดที่แท้จริงไม่ต้องถูกลงโทษทำให้กระบวนพิจารณาไม่อาจดำเนินไปตามความเที่ยงธรรมได้การกระทำของจำเลยซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล อันเป็นการละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4681 - 4682/2528 พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์ นายสมศักดิ์ สมศรี จำเลย ผู้ถูกกล่าวหา จำเลย นายสมศักดิ์ สมศรี ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ · จำเลย - นายสมศักดิ์ สมศรี · จำเลย - ผู้ถูกกล่าวหา · จำเลย - นายสมศักดิ์ สมศรี ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · โสภณ รัตนากร · วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 2916/2522ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 6911/2544ฎีกา 7937/2538ฎีกา 1228/2510ฎีกา 3604/2533ฎีกา 6321/2544ฎีกา 501/2494ฎีกา 235/2540ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4636/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา