⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 741/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 741/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สัญญาตกลงกันว่าจะกันไม่ให้ทายาทอื่นฟ้องแบ่งทรัพย์สินนั้น ไม่เป็นโมฆะ แต่หากต่อมาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาและอีกฝ่ายหนึ่งฟ้องร้องบังคับตามสัญญานั้น การกระทำดังกล่าวไม่ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 155 หรือ 304

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องบรรยายมีใจความว่าโจทก์ได้ทำหนังสือสัญญาจะขายนาให้จำเลย โดยโจทก์จำเลยคบคิดกันจะกันไม่ให้ทายาทอื่นฟ้องแบ่งเอานารายนี้จากโจทก์ต่อมาจำเลยกลับฟ้องโจทก์ ให้โอนนาให้จำเลยตามสัญญาที่ทำขึ้น แล้วจำเลยอ้างหนังสือนั้นเป็นพยานและเบิกความเท็จว่าได้จ่ายเงินให้โจทก์หมดแล้ว ไม่ได้หักไว้ 2000 บาทตามที่เป็นจริง ดังนี้ ยังไม่เป็นฟ้องอันจะเป็นผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 155 หรือ 304

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.155 กฎหมายลักษณะอาญา ม.304 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องและยื่นคำร้องเพิ่มเติมฟ้องกล่าวหาเป็นใจความว่า โจทก์ได้ทำหนังสือสัญญาจะขายนาให้จำเลย โดยโจทก์จำเลยคบคิดกันจะกันไม่ให้นางเบ้า นางเรือนฟ้องแบ่งเอานารายนี้จากโจทก์ ต่อมานางเบ้าได้ฟ้องโจทก์ตามคดีที่ ๑๘๘/๒๔๙๐ ขอแบ่งนามรดกรายนี้ จำเลยก็ฟ้องโจทก์ตามคดีที่ ๑๒๙/๒๔๙๑ ให้โอนนาให้จำเลยตามสัญญาที่ทำขึ้นแล้วจำเลยอ้างหนังสือสัญญานั้นเป็นพยานและเบิกความเท็จว่าได้จ่ายเงินให้โจทก์หมดแล้ว ไม่ได้หักไว้ ๒๐๐๐ บาทตามที่เป็นจริง ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๐๔,๑๕๕ และ ๑๕๗ จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้ว่า สัญญานั้นได้ทำกันโดยสุจริต และจำเลยเบิกความไปตามจริง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อหาว่า จำเลยฉ้อโกง ตามคำบรรยาฟ้องเป็นแต่ว่าโจทก์กับจำเลยได้ปรึกษากันและตกลงกันทำหนังสือจะซื้อขายที่ดินกันขึ้น มิได้มีข้อความกล่าวหาเลยว่าจำเลยได้ใช้อุบายหลอกลวงด้วยเอาความเท็จมากล่าวโดยจำเลยมีเจตนาทุจริตคิดหลอกลวงให้โจทก์ทำหนังสือสัญญาจะขายที่ดินให้โจทก์ อันจะเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๐๔ ฟ้องโจทก์ข้อนี้ไม่เป็นฟ้องที่ถูกต้อง จะรับไว้พิจารณาไม่ได้ ข้อหาว่าเบิกความเท็จ ก็มิได้บรรยายกล่าวหาว่าจำเลยได้สาบาลหรือปฏิญาณดังที่จะให้ถ้อยคำในการพิจารณาคดีนั้น แล้วจำเลยเอาความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จมาเบิกความในข้อสำคัญในคดีนั้นอย่างไรอันจะเป็นผิดตามมาตรา ๑๕๕ ฟ้องข้อนี้จึงไม่เป็นฟ้องที่ถูกต้องเช่นเดียวกัน ฎีกาอีกข้อหนึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้าม จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 741/2494 นางอึ่ง พุทธจันทร์ โจทก์ นายไล่แช แซ่เตีย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอึ่ง พุทธจันทร์ · จำเลย - นายไล่แช แซ่เตีย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูกิจวิมลอรรถ · นาถปรีชา · ดุลยการณ์โกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายศิริ เกตุสมบูรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไชยเจริญ สันติศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา