⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 868-869/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 868-869/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเบิกความเท็จในศาล แม้โจทก์จะระบุเพียงวันเดือนปีที่เกิดเหตุ โดยไม่ได้ระบุเวลากลางวันหรือกลางคืน ก็ถือว่าฟ้องสมบูรณ์แล้ว หากสามารถเข้าใจได้ว่าหมายถึงเวลากลางวัน

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องหาว่าจำเลยเบิกความเท็จในศาลนั้น โจทก์ระบุเพียงวันเดือนปีที่หาว่าจำเลยเบิกความเท็จ แม้ไม่ได้ระบุว่าเวลากลางวันหรือกลางคืน ก็พอเข้าใจได้ว่าหมายถึงเวลากลางวัน จึงถือว่าฟ้องเช่นนี้เป็นฟ้องที่สมบูรณ์แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยในสำนวนแรกกระทำผิดฐานเบิกความเท็จ จำเลยในสำนวนหลักกระทำผิดฐานฟ้องเท็จ และเบิกความเท็จ แต่ในฟ้องสำนวนแรกโจทก์มิได้ระบุเวลาในฟ้อง คงบรรยายแต่เพียงว่า วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๑ จำเลยที่ ๑ และเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๔๙๑ จำเลยที่ ๒ ได้เบิกความเท็จในคดีอาญาแดงที่ ๑๒๔/๒๔๙๒ ฯลฯ จำเลยทั้งสองสำนวนให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า นายผวน นายเช้งมีความผิดฐานเบิกความเท็จตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๕๖ ให้จำคุกคนละ ๖ เดือน ส่วนจำเลยอื่นให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีเฉพาะตัวนายเช้งจำเลยฟ้องโจทก์มิได้ระบุเวลาที่กระทำผิดว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน จึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ ไม่จำต้องวินิจฉัยคำพยาน ส่วนคดีสำหรับนายผวน หลักฐานพยานโจทก์ยังไม่พอ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องคดีสำหรับนายผวนนายเช้งจำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คำว่าเวลาในบทมาตรา ๑๕๘ แห่ง ป.ม.วิ.อาญา หมายถึงวันเดือนปี แห่งการกระทำผิด หาได้กำหนดไว้โดยเฉพาะเจาะจงอันจะต้องระบุเวลาเสมอไปไม่ ฟ้องนั้นต้องพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ทั้งนี้ต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไปเฉพาะคดีที่พิพาทกัน เรื่องเบิกความเท็จในศาลซึ่งพอเข้าใจได้ว่าหมายถึงเวลากลางวันดังนั้นฟ้องโจทก์จึงนับว่าสมบูรณ์ คดีนี้โจทก์ฟ้องอ้างว่า วัน เดือน ปี ที่จำเลยเบิกความที่ศาลซึ่งโจทก์ถือว่าเป็นความเท็จ การพิจารณาคดีก็ย่อมกระทำอย่างธรรมดา คือเวลากลางวัน จำเลยก็เข้าใจข้อหาได้ดี มิได้หลงต่อสู้แต่ประการใด ส่วนคดีสำหรับนายผวนจำเลยฟังได้ว่ากระทำผิดตามฟ้องจริง จึงพิพากษากลับให้ลงโทษนายผวนจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีนายเช้งจำเลยให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาข้อเท็จจริงและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 868 - 869/2494 นายเป้า ทองปานที่ 1, นางสัมลิ้ม ทองปานที่ 2 โจทก์ นายเช้ง ศรีสำราญที่ 1, นางคอน ศรีสำราญที่ 2 จำเลย นายเป้า ทองปานที่ 1, นางลิ้ม ทองปานที่ 2 จำเลย นางทำนุนิกรราษฎร์(คลี่ ณนคร)ที่ 1, นายผวน วิพัทชลที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเป้า ทองปานที่ 1, นางสัมลิ้ม ทองปานที่ 2 · จำเลย - นายเช้ง ศรีสำราญที่ 1, นางคอน ศรีสำราญที่ 2 · จำเลย - นายเป้า ทองปานที่ 1, นางลิ้ม ทองปานที่ 2 · จำเลย - นางทำนุนิกรราษฎร์(คลี่ ณนคร)ที่ 1, นายผวน วิพัทชลที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทศจรรยารักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายสว่าง ภูวะปัจฉิม · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิเทศนฤบาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 2813/2566ฎีกา 1294/2509ฎีกา 11720/2555ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 11/2539ฎีกา 514/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา