⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 97/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 97/2494

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าจะตกอยู่ในความควบคุมแห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯลฯ รือไม่ อีกนัยหนึ่งสถานที่เช่านั้นจะเป็น " เคหะ " หรือไม่นั้น มีหลักการวินิจฉัยอยู่ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1099-1147/2481 ซึ่งมีความสำคัญอยู่ว่า จะต้องพิจารณาเจตนาของคู่กรณีในเวลาทำสัญญาประกอบกับเหตุผลแวดล้อมอื่น ๆ เช่น สภาพของสิ่งปลูกสร้าง อัตราค่าเช่า ทำเลที่ตั้งและการปฎิบัติของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายเหล่านี้ รวมกันว่า การเช่าสิ่งปลูกสร้างนั้นเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือมิใช่ ภรรยโจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าออกจากตึกเช่า ศาลพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยใช้เป็นที่อยู่อาศัย ถือว่าเป็นเคหะจึงพิพากษายกฟ้อง ฟังคำพิพากษาแล้ว 4 วัน โจทก์กับจำเลยทำสัญญาเช่าขึ้นใหม่มีข้อความมีกำหนดเวลาเช่า 2 เดือน พอครบกำหนดเวลาเช่าตามสัญญาใหม่ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย ๆ ต่อสู้คดีว่าอยู่อาศัยอย่างเดิมดังนี้ ศาลจะงดสืบพะยานโดยถือเอาผลคำพิพากษาในคดีเดิมมาเป็นเครื่องชี้ขาดว่าเป็นเคหะไม่ได้ ต้องให้สืบพะยานเพื่อจะได้วินิจฉัยตามหลักที่วางไว้ในฎีกาที่+

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีได้ความตามที่คู่ความรับกันว่า ตึกเช่ารายพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับคุณหญิงวิทุรธรรมพิเนตุโจทก์ในคดีแดง ศาลแขวงพระนครใต้ที่ ๑๖๘/๒๔๙๐ จำเลยได้เช่ามาตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๘๙ โดยคุณหญิงวิทุรฯ เป็นผู้ให้เช่าจนกระทั่งถึงเดือนเมษายน ๒๔๙๐ คุณหญิงวทุรฯได้เป็นโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทโดยความยินยอมอนุญาตของโจทก์ผู้เป็นสามี จำเลยต่อสู้ว่าตึกเช่ารายพิพาท จำเลยเช่าเพื่ออยู่อาศัย +ของคดีนั้นศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาพิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์ โดยฟังข้อเท็จจริงว่าตึกรายนี้ จำเลยใช้เป็นที่อยุ่อาศัย ถือว่าเป็นเคหะ " ซึ่งได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุค่าเช่า ฯลฯ คู่ความในคดีนั้นฟังคำพิพากษาฎีกาเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๒ ครั้นวันที่ ๒๒ เดือนเดียวกัน โจทก์จำเลยทำสัญญาเช่าขึ้นใหม่มี ข้อความเพิ่มขึ้นอีกว่าเช่าเพื่อทำการค้า มีกำหนด ๒ เดือน ครบกำหนดเวลาตามสัญญาใหม่นี้แล้ว โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยเป็นคดีนี้ขึ้นอีกและปรากฎว่าการอยู่อาศัยในตึกเช่านี้ของจำเลยคงเป็นเช่นเดิม ศาลชั้นต้นงดสืบพะยาน และฟังว่า ตึกเช่ารายนี้ยังคงเป็น " เคหะ " อันพังได้รับความคุ้มครองจึพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ได้มีการทำสัญญาขึ้นใหม่ระหว่างโจทก์ จำเลย ฉะนั้นการพิจารณาถึงเจตนาคู่กรณีจึงต้องพิจารณาในเวลาที่ทำสัญญากันนี้ ส่วนเหตุผลแวดล้อมอื่นๆ ก็ต้องพิจารณาในเวลานี้เช่นเดียวกัน หาใช่จะถือเอาเพียงผลแห่งคำพิพากษาในคดีเดิมมาเป็นเครื่องชี้ขาดในคดีนี้หาได้ไม่ เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นห้องรายเดียวกัน เจตนาของคู่กรณีก็ยังดี เหตุผลแวดล้อมอื่นๆ ก็ดี อาจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ และด้วยเหตุนี้การฟ้องคดีนี้ จึงมิใช่ฟ้องซ้ำคดีเดิม ดังจำเลยคัดค้านการที่สัญญาเช่าจะตกอยุ่ในความควบคุมแห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ หรือไม่มีหลักการวินิจฉัยอยู่ตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๘๔-๑๐๔๗/๒๔๙๑ แล้ว จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานของคู่ความจนสิ้นกระแสร์ความแล้วพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 97/2494 พระยาวิทุรธรรมพิเนตุ โจทก์ นายเกียหลิม แซ่ด่าน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พระยาวิทุรธรรมพิเนตุ · จำเลย - นายเกียหลิม แซ่ด่าน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญญา ธรรมศักดิ์ · นาถปรีชา · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงวิชัยนิตินาท · ศาลอุทธรณ์ - นายกริด สารสาส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 2570/2554ฎีกา 345/2495ฎีกา 2779/2544ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 2585/2525ฎีกา 3195/2540ฎีกา 5283/2540ฎีกา 3785/2545ฎีกา 7706/2548ฎีกา 1182/2491ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1081/2549ฎีกา 1642/2545ฎีกา 261/2506ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา