⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1460/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2495

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างตึกมีกำหนดเวลา 10 ปี และผู้เช่าจะยกตึกที่ปลูกสร้างให้เจ้าของที่ดินเมื่อสิ้นสุดสัญญา ถือเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

เช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างตึกมีกำหนดถึง 10 ปี แล้วผู้เช่าจะยกตึกที่ปลูกสร้างทดแทนให้เจ้าของที่ดินอีกโสดหนึ่งต่างหากจากค่าเช่า ดังนี้ เป็นสัญญาต่างตอบแทนกันยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด 10 ปีไม่ได้ ผู้ให้เช่าฟ้องขอให้เลิกสัญญาเช่น และขอให้ผู้เช่าส่งมอบที่ดินที่เช่ากับสิ่งปลูกสร้างที่ผู้เช่าปลูกสร้างลงไว้บนที่ดินที่เข่าให้แก่ผู้ให้เช่านั้น ต้องตีราคาสิ่งปลูกสร้างเป็นทุนทรัพย์แห่งคดี และต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมตามระเบียบ เพราะเป็นทรัพย์ที่โจทก์เรียกร้อง ไม่จำเป็นจะต้องฟังคำให้การของจำเลยก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.150 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาแบ่งเช่ากรรมสิทธิบางส่วนที่ดินโฉนดที่ ๒+ เพื่อสร้างตึกแถว เสียค่าเช่าที่ดินเดือนละ ๓๐๐ บาท ต่อมาเจ้าของที่ดินได้ขายกรรมสิทธิที่ดินแปลงนี้ให้แก่โจทก์ จำเลยค้างชำระค่าเช่าอยู่ ๒๘๐๐ บาท โจทก์ติดต่อทวงถามก็ไม่ได้ จึงได้บอกยกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ใช้ค่าเช่าที่ค้าง ค่าสินไหมทดแทน และส่งมอบทรัพย์สินที่เช่า พร้อมทั้งสินปลูกสร้างคืน จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลแพ่งสืบพยานโจทก์แล้ว พิพากษาว่าโจทก์ยังไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่า คงให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง ๒๘๐๐ บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาเป็นสัญญาที่หวังผลตอบแทนซึ่งกันและกันยิ่งกว่าสัญญาเช่าตามธรรมดา โดยเป็นที่ตกลงกันโดยแจ้งชัดและโดยปริยายว่า จะต้องให้เช่าถึง ๑๐ ปี แล้วผู้เช่าจะยกตึกที่ปลูกสร้างทดแทนให้อีกโสดหนึ่งต่างหากจากค่าเช่า แสดงให้เห็นเจตนาของคู่สัญญาว่ามุ่งจะผูกพันกันเป็นเวลาถึง ๑๐ ปี และคดีโจทก์ฟ้องขอให้มอบสิ่งปลูกสร้างด้วย ต้องตีราคาสิ่งปลูกสร้างเป็นทุนทรัพย์แห่งคดี และต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมตามระเบียบ เพราะเป็นทรัพย์ที่โจทก์เรียกร้อง ไม่จำต้องฟังคำให้การของจำเลยก่อน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2495 น.ส.อรุณ นิตยอภัย โดยนายประสิทธิ กล้าหาญ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายเต็งคุน แซ่อุ่ย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - น.ส.อรุณ นิตยอภัย โดยนายประสิทธิ กล้าหาญ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายเต็งคุน แซ่อุ่ย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · นาถปริญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสุขุม จันทร์รัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒิธรรมเนติกรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2923/2525ฎีกา 5459/2537ฎีกา 2467/2526ฎีกา 1561/2529ฎีกา 2983/2549ฎีกา 2026/2494ฎีกา 1398/2493ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 1568/2497ฎีกา 420/2501ฎีกา 3517/2531ฎีกา 13705/2556ฎีกา 1630/2509ฎีกา 6343/2551ฎีกา 1025/2538ฎีกา 4564/2543ฎีกา 8543/2544ฎีกา 2224/2528ฎีกา 6528/2537ฎีกา 6258/2541ฎีกา 1325/2506ฎีกา 3711/2533ฎีกา 279/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา