คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1559/2495
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งออกเงินซื้อที่ดินแต่ลงชื่อผู้อื่นในโฉนดเพื่อความสะดวกนั้น หากพิสูจน์ได้ว่าตนเป็นผู้ออกเงินซื้อที่ดินจริง ศาลอาจแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ออกเงินซื้อที่ดินได้ แต่การจะให้เพิกถอนชื่อแล้วลงชื่อผู้อื่นแทนนั้น ต้องพิจารณาถึงสิทธิของผู้ที่ถูกลงชื่อในโฉนด และความสัมพันธ์กับผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้ออกเงินซื้อที่ดินด้วย
ย่อคำพิพากษา
คนต่างด้าวฟ้องขอให้ศาลแสดงว่า ตนเป็นผู้ออกเงินซื้อที่ดินเพื่อให้เป็นกรรมสิทธิของบุตรผู้ผู้มีสัญชาติเป็นไทย แต่ลงชื่อผู้อื่นในโฉนดเพื่อความสดวก จึงขอให้เพิกถอนชื่อออกจากโฉนดแล้วลงชื่อบุตรแทนนั้น ศาลก็พิพากษาแสดงว่าคนต่างด้าวผู้ฟ้องเป็นผู้ออกเงินซื้อที่ดินได้ ส่วนคำขอตอนหลังนั้น เมื่อไม่ได้ความว่าบุตรมีสัญชาติอะไรแน่นอน และผู้ซื้อที่ดินบางคนก็ยังไม่มีบุตรในเวลาที่ซื้อที่ดิน ดังนี้ จะพิพากษาให้ตามคำขอตอนนี้ยังไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินตามโฉนดเลขที่ ๑๗๙๗ เป็นกรรมสิทธิของโจทก์โดยซื้อมา และโอนทะเบียนถูกต้องแล้วต่อมาโฉนดหาย จำเลยที่ ๑ ไปแจ้งต่อพนักงานที่ดินว่าโฉนดอยู่ที่จำเลยที่ ๑ แต่ไม่ยอมคืนให้โจทก์อ้างว่าที่ดินเป็นกรรมสิทธิของจำเลยที่ ๑ และพวกอีก ๓ คน ขอให้แสดงว่าที่เป็นกรรมสิทธิของโจทก์ ให้จำเลยคืนโฉนดแก่โจทก์
จำเลยแก้ว่า ที่ดินมิใช่เป็นกรรมสิทธิของโจทก์แท้จริงจำเลยทั้งสี่ออกเงินซื้อที่จากเจ้าของที่เดิม โดยมีเจตนาจะให้เป็นของบุตรผู้เยาว์ผู้มีสัญชาติเป็นไทย แต่เพื่อความสดวกในการโอน จึงให้โจทก์ลงชื่อในโฉนดแทนจำเลย โฉนดไม่ได้หาย แท้จริงจำเลยที่ ๑ เป็นผู้รับโฉนดมารักษาไว้ จึงฟ้องแย้งขอให้ศาลแสดงว่า จำเลยทั้งสี่เป็นผู้ออกเงินซื้อที่ดินจากเจ้าของเดิม เพื่อให้เป็นกรรมสิทธิของบุตรผู้มีสัญชาติเป็นไทย และขอให้เพิกถอนชื่อโจทก์ออกจากโฉนดแล้วลงชื่อบุตรจำเลยแทน โจทก์แก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยมิได้ให้โจทก์ลงชื่อในโฉนดแทน
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิของโจทก์ ให้จำเลยคืนโฉนด ให้ยกฟ้องแย้ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ฝ่ายจำเลยเป็นผู้ตกลงซื้อที่พิพาทรายนี้จากเจ้าของเดิม แต่ได้ให้โจทก์ผู้เป็นลูกจ้างออกหน้าลงชื่อเป็นผู้รับโอนหาใช่เจตนาซื้อเป็นที่ของโจทก์ไม่ ที่โจทก์ฟ้องขอให้แสดงว่าที่ดินรายพิพาทเป็นของโจทก์จึงฟังไม่ได้
ส่วนฟ้องแย้งนั้นเห็นว่า จำเลยทั้ง ๔ เป็นคนต่างด้าวจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๖ แห่ง พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าวฯ ทางพิจารณายังไม่ได้ความว่าได้รับอนุญาตหรือไม่ ยิ่งกว่านั้นปรากฎว่าจำเลย ๒ คนเท่านั้นที่มีบุตร จำเลยอีก ๒ คนยังไม่มี นอกจากนั้นยังไม่ได้ความชัดว่า บุตรของจำเลยที่มีตัวอยู่มีสัญชาติเป็นอะไรแน่นอน จะพิพากษาให้ตามที่ขอมาในบัดนี้ยังไม่ได้
จึงพิพากษากลับศาลล่าวให้ยกฟ้องโจทก์ และพิพากษาแสดงว่าจำเลยทั้งสี่เป็นผู้ออกเงินให้โจทก์เป็นผู้ลงชื่อเป็นผู้ซื้อที่ดินรายพิพาทนี้แทนจำเลยตามที่ขอให้แสดง ส่วนที่ขอให้โอนใส่ชื่อบุตรเห็นว่าเป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องดำเนินการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1559/2495
นายสงวน นำสินห+าก โจทก์
นายไกพงษ์ แซ่หั่น ที่ 1,นายบุ๊นหย่วน แซ่หั่น ที่ 2,นายไต้++ แซ่อู่ ที่ 3,นายไต้
เอ็ง แซ่อู่ ที่ 4 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสงวน นำสินห+าก · 3,นายไต้ - นายไกพงษ์ แซ่หั่น ที่ 1,นายบุ๊นหย่วน แซ่หั่น ที่ 2,นายไต้++ แซ่อู่ ที่ · จำเลย - เอ็ง แซ่อู่ ที่ 4 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา · ทรงนิติกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - หลวงอนุสสรณ์นิติสาร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประบาท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา