คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2495
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสมคบกันกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ไม่จำเป็นว่าผู้สมคบทุกคนจะต้องได้รับมอบทรัพย์ที่ยักยอกมาด้วยตนเอง หากได้ร่วมมือร่วมใจกันกระทำการยักยอกกับผู้ที่ได้รับมอบทรัพย์มา ก็ถือเป็นความผิดฐานสมคบกันยักยอกทรัพย์ได้
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานสมคบกันกระทำผิกฐานยักยกทรัพย์นั้น ผู้กระทำผิดทุกคนหาจำเป็นต้องได้รับมอบหมาบทรัพย์ที่ยักยอกโดยตนเองทุก ๆ คนเสมอไปไม่เมื่อได้รับความร่วมมือร่วมใจกันกระทำการยักยอกกับผู้ที่ได้รับมอบหมายทรัพย์มา ก็อาจเป็นความผิดฐานสมคบกันยักยอกทรัพย์ได้
ประชุมใหญ่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.63 กฎหมายลักษณะอาญา ม.314 กฎหมายลักษณะอาญา ม.319
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ โดยหน้าที่ของตนเองและไดัรับมอบหมายจากนายโชติ ให้เป็นผู้ควบคุมจัดการนำบุหรี่ของโรงงานยาสูบที่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากรให้นำออกจากโกดังท่าเรือ ไปส่งที่เก็บพัศดุโกดังของโรงงานยาสูบ โดยจำเลยที่ ๒ ได้สมคบกับนายเลี่ยมจำเลยที่ ๓ นายวีระ จำเลยที่ ๔ ร่วมกันมีเจตนาทุจริตยักยอกเบียดบังเอาบุหรี่บางส่วนไว้เป็นประโยชน์ ฯลฯ
ส่วนจำเลยที่ ๕ ถูกหาว่ากระทำผิดฐานรับของโจรเกี่ยวกับบุหรี่รายนี้
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ - ๒ ผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๑๙ จำคุกคนละ ๒ ปี จำเลยที่ ๓-๔ ผิดตามมาตรา ๓๑๔ ให้จำคุกคนละ ๑ ปี จำเลยที่ ๕ ผิดตามมาตรา ๓๒๑ จำคุก ๑ ปี ฯลฯ
จำเลยที่ ๑ - ๓ - ๔ - ๕ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๔ ฯลฯ
โจทก์และจำเลยที่ ๑ - ๓ - ๕ ฎีกา
ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว ข้อที่จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่า จำเลยที่ ๓ มิได้รับมอบหมายทรัพย์รายนี้ด้วย จึงไม่มีผิดฐานยักยอกทรัพย์นั้น ศษลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า เรื่องนี้โจทก์ฟ้องจำเลยผู้นี้ว่าได้สมคบกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาบุหรี่ไว้เป็นประโยชน์เสีย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่าจำเลยที่ ๓ ได้สมคบกับจำเลยที่ ๑ - ๒ ยักยอกบุหรี่รายนี้จริง ความผิดฐานสมคบกันกระทำผิดฐานยักยอกทรัพย์นั้น ผู้กระทำผิดทุกคนหาจำเป็นต้องได้รับมอบหมายโดยตนเองทุก ๆ คนเสมอไป ไม่ เมื่อใดร่วมมือร่วมใจกันกระทำการยักยอกกับผู้ที่ได้รับมอบหมาย ดังที่ปรากฏมาในคดีนี้ ก็อาจเป็นความผิดฐานสมคบกันยักยอกทรัพย์ได้ ฎีกาของจำเลยที่ ๓ ฟังไม่ได้
ฎีกาของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๔ นั้นศาลฏีกาเห็นว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนจำเลยที่ ๔ แล้ว คดีย่อมลงโทษจำเลยที่ ๔ ได้
ฎีกาข้ออื่นฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยที่ ๔ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฯลฯ นอกจากที่แก้ คงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2495
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายพิตรพูน เศรษฐบุตร ที่ 1, นายประดิษฐ์ ปัดเช ที่ 2, นายเลี่ยม ตัน
อรุณ ที่ 3,นายวีระ ศรีวรกุล ที่ 4,นายเอี้ยวห่วย แซ่ห่าน หรือ เอี้ยวหวย
แซ่ตั้ง ที่ 5 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ตัน - นายพิตรพูน เศรษฐบุตร ที่ 1, นายประดิษฐ์ ปัดเช ที่ 2, นายเลี่ยม · เอี้ยวหวย - อรุณ ที่ 3,นายวีระ ศรีวรกุล ที่ 4,นายเอี้ยวห่วย แซ่ห่าน หรือ · จำเลย - แซ่ตั้ง ที่ 5 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - พระนิติธารณ์พิเศษ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิเทศจรรยารักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา