คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2484
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดตามมาตรา 319(3) แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยที่โจทก์ไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดดังกล่าว และข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนก็ไม่ตรงกับองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 319(3) ถือเป็นการพิพากษาเกินคำขอของโจทก์.
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามมาตรา 131 จำคุกจำเลย 5 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 319(3)ให้จำคุกจำเลย 3 ปี เป็นการแก้ไขมาก,จำเลยเป็นสรรพากรจุงหวัดได้รับเงินค่าซ่อมแซมที่พักสรรพากรจังหวัดแล้วยักยอกเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย เป็นผิดตามมาตรา 314 หาใช่มาตรา 131 หรือ มาตรา 319(3)ไม่,โจทก์มิได้อ้างบทมาตรา 314 แต่คำบรรยายฟ้องของโจทก์กล่าวเป็นความผิดมาตรา 304 มาด้วยและอยู่ในข่ายที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษศาลย่อมลงโทษจำเลยตามมาตรานี้ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีได้ความว่าจำเลยที่ ๑ เป็นสรรพากรจังหวัดเพ็ชร์บุรี จำเลยที่ ๒ เป้นเสมียนจำเลยที่ ๑ ได้ใช้จำเลยที่ ๒ ไปเบิกเงินมาจากคลังเพื่อซ่อมแซมบ้านที่จำเลยที่ ๑ พัก เป็นเงิน ๘๒๖ บาท เมื่อจำเลยที่ ๑ ได้รับเงินแล้วก็หาจัดการซ่อมแซมที่พักไม่กลับยักยอกเอาเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียโดยเจตนาทุจจริต โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๑๓๑ และมาตรา ๒๑๙(๓)
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๑๓๑ ที่แก้ไขเพิ่มเติมจำคุก ๕ ปี ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้องปล่อยตัวไป
โจทก์จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าความผิดของจำเลยที่ ๑ ยังไม่ต้องด้วยบทมาตรา ๑๓๑ แต่ต้องด้วยมาตรา ๓๑๙ ข้อ ๓ เพราะจำเลยอยู่ในฐานะที่มีหน้าที่ต้องจัดการซ่อมแซมที่พักของรัฐบาลทีให้จำเลยอาศัยอยู่ จึงพิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ สามปี
โจทก์กับจำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์แก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาก คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงได้แล้ววินิจฉัยต่อไปว่า เงินรายนี้ได้เบิกมาเพื่อจัดการซ่อมแซมบ้านที่จำเลยพัก จำเลยได้รับเงินรายนี้แล้วเพื่อจัดการซ่อมแซมฉะนั้นเงินรายนี้มิได้อยู่ในความรักษาของจำเลย ในตำแหน่งราชการสรรพากรต่อไป เมื่อข้อเท็จจริงได้ความเพียงว่าจำเลยได้รับเงินไปจัดการซ่อมแซมบ้านที่จำเลยพัก คดีจึงไม่พอให้ฟังว่าจำเลยรับเงินไปจัดการซ่อมแซมในฐานะที่เป้นหน้าที่ของจำเลย คดีไม่เป็นผิดตามมาตรา ๑๓๑ และ ๓๑๙ (๓) แต่เป็นความผิดฐานยักยอกตามมาตรา ๓๑๔ ซึ่งโจทก์จะไม่ได้อ้างมาตรา ๓๑๔ มา ศาลก็ลงโทษจำเลยตามมาตรานี้ได้ เพราะคำบรรยายฟ้องของโจทก์กล่าวเป้นความผิดตามมาตรานี้มาด้วยและอยู่ในข่ายที่ดจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ จึงพิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลย ๓ ปีตามกฎหมายอาญามาตรา ๓๑๔ นอกจากนี้ยืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2484
อัยยการเพ็ชร์บุรี โจทก์
หลวงอนุมัติราชธนที่ 1 จำเลย
นายเผิน เทพกุญชรที่ 2
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการเพ็ชร์บุรี · จำเลย - หลวงอนุมัติราชธนที่ 1 · 2 - นายเผิน เทพกุญชรที่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ลัดพลีธรรมประคัลภ์ · พลางกูร · วิเศษ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา