⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1073/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1073/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับของโจรย่อมเกิดขึ้นได้แม้ผู้รับจะมิได้รู้เห็นการกระทำความผิดของผู้ให้มาโดยตรง หากแต่มีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าตนรู้หรือควรรู้ว่าทรัพย์สินนั้นได้มาจากการกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

เมื่อปรากฎว่าปืนคาไบร์สองกระบอกนี้เป็นปืนไม่มีทะเบียนและเป็นปืนชนิดที่ใช้ในราชการทหารเช่นนี้จำเลยก็น่าจะต้องรู้ว่าปืนนั้นได้พ้นมาจากการครอบครองของทางราชการโดยมิชอบประกอบด้วยพฤติการณ์ของจำเลยแสดงความพิรุธ จึงทำให้เห็นได้ชัดว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าปืนนั้นเป็นของร้ายได้มาจากการกระทำความผิด จึงต้องมีผิดฐานสมคบกันรับของโจร ตาม ม.321

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.63 กฎหมายลักษณะอาญา ม.321 ประมวลกฎหมายอาญา ม.63 ประมวลกฎหมายอาญา ม.321

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันลักทรัพย์หรือรับของโจร (ปืนคาไบน์) กับมีและใช้อาวุธปืนไม่รับอนุญาต จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธเว้นแต่เฉพาะข้อหาฐานมีอาวุธปืนไม่รับอนุญาตจำเลยที่ ๒,๓ ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๓๒๑ กะทงหนึ่ง ฐานมีอาวุธปืนคาไบน์ไม่รับอนุญาตกะทงหนึ่งและมีปืนไรเพิลไม่รับอนุญาตอีกกะทงหนึ่ง พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ ม.๗,๗๒ แต่ให้ลงโทษบทหนักตาม ก.ม.อาญา ม.๓๒๑ ,๗๐ จำคุกไว้ ๒ ปี ส่วนจำเลยที่ ๒,๓ มีความผิดฐานรับของโจรกับมีอาวุธปืนคาไบน์ไม่รับอนุญาตรวม ๒ กะทง แต่ให้ลงบทหนักตาม ก.ม.อาญา ม.๓๒๑,๗๐,๕๙ คงจำคุกคนละ ๑ ปี จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกาข้อกฎหมายว่าโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยรับปืนไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้าย ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อปรากฎว่าปืนทั้งสองกระบอกนี้เป็นปืนที่ใช้ในราชการทหาร จำเลยที่น่าจะต้องรู้อยู่แล้วว่าปืนนั้นได้พ้นมาจากความครอบครองของทางราชการโดยทางมิชอบ การที่จำเลยว่าตั้งใจจะเอาไปแจ้งความแก่เจ้าพนักงานนั้นไม่น่าเชื่อ เพราะถ้าตั้งใจเช่นนั้นจริงเหตุใดจึงไม่เอาปืนทั้งสองกระบอกพร้อมทั้งเครื่องอุปกรณ์รวมไว้ด้วยกันในที่แห่งเดียว เหตุใดจึงต้องแบ่งปืนและเครื่องอุปกรณ์กันคนละส่วน พฤติการณ์ของจำเลยส่อแสดงความพิรุธทำให้เห็นชัดว่าจำเลยทั้งสามรู้อยู่แล้วว่าปืนนั้นเป็นของร้ายได้มาจากการกระทำความผิด จำเลยทั้งสามจึงต้องมีผิดฐานสมคบกันรับของโจร พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1073/2499 อัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นายประโยชน์ เนื่องจำนงค์ ที่ 1 นายพงษ์สง่า รัตนะเกตุกะ ที่ 2 นายพิศิษฐ์ แสงจันทร์ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดชลบุรี · นายพิศิษฐ์ - นายประโยชน์ เนื่องจำนงค์ ที่ 1 นายพงษ์สง่า รัตนะเกตุกะ ที่ 2 · จำเลย - แสงจันทร์ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ธรรมบัณฑิต · ดุลยกรณ์พิทารณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายแถ่ม สุรทินท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ว.วงษ์ศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 709/2483ฎีกา 523/2483ฎีกา 380/2467ฎีกา 1016/2468ฎีกา 782/2499ฎีกา 681/2491ฎีกา 863/2480ฎีกา 610/2486ฎีกา 166/2468ฎีกา 547/2464ฎีกา 943/2481ฎีกา 901/2480ฎีกา 726/2487ฎีกา 831/2493ฎีกา 655/2489ฎีกา 1782/2493ฎีกา 370/2468ฎีกา 66/2482ฎีกา 1067/2480ฎีกา 951/2494ฎีกา 73/2464ฎีกา 698/2483ฎีกา 73/2492ฎีกา 34/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา