คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272/2495
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เช่าช่วงไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดิน ผู้เช่าช่วงย่อมตกเป็นบริวารของผู้เช่า และหากผู้เช่าช่วงไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของตนเอง เจ้าของที่ดินต้องขอให้ศาลหมายเรียกผู้เช่าช่วงมาบังคับตามคำพิพากษาโดยตรง
ย่อคำพิพากษา
ศาลพิพากษาให้ผูเช่าที่ดินและบริวารออกจากที่ดินที่เช่าและให้รื่อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าวไปให้เสร็จภายในกำหนดเวลา ดังนี้ เมื่อตัวผู้เช่าที่ดินได้รื้อถอนิสิ่งปลูกสร้างของผู้เช่าเองออกไปหมดแล้ว แต่ผู้เช่าช่วงที่ดินรายนี้ ซึ่งการเช่าช่วงไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดิน จึงตกเป็นบริวารของผู้เช่าด้วยนั้น ไม่ยอมรื้อสิ่งปลูกสร้างของผู้เช่าช่วงออกไป เช่นนี้ โจทก์ควรขอให้ศาลหมายเรียกผู้เช่าช่วงนั้น มาจัดการว่ากล่าวบังคับให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัวผู้เช่าช่วง ไม่ใช่เรื่องที่ผุ้เช่าขัดขืนไม่ทำตามคำบังคับของศาล ฉะนั้นจะถือว่า ผู้เช่าฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมศาลชั้นต้น พิพากษาตามสัญญาประณีประนอมยอมความ ให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินตามโจทก์ฟ้อง จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งตามคำบังคับของศาลโจทก์มาร้องต่อศาล ๆ จึงออกหมายจับจำเลยมา จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาประกันตัวไปจากศาล เพื่อปฏิบัติตามคำบังคับของศาลภายใน ๑๕ วัน มิฉะนั้นยอมให้ปรับเป็นเงิน ๕๐๐ บาท ในระหว่างนี้ จำเลยได้รื้อเรือนของจำเลยออกไปจากที่ดินพิพาทแล้ว ยังคงเหลือกระท่อมอีก ๒ หลัง ซึ่งเป็นของนายเอี๋ยว ผู้เช่าช่วงที่ดินรายนี้จากจำเลย ปลูกไว้ มิได้รื้อถอนไป การเช่าช่วงนี้ จำเลยกระทำไปโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ จำเลยแถลงว่าได้บอกนายเอี๋ยวให้รื้อกระท่อมออกไป แต่นายเอี๋ยวไม่ยอมรื้อ ศาลชั้นต้นเห็นว่านายเอี๋ยวเป็นบริวารของจำเลยๆมีหน้าที่ต้องจัดการให้ออกไปตามคำบังคับของศาล เมื่อยังไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาล ทั้งเป็นการผิดสัญญาประกัน จึงสั่งปรับจำเลยฐานผิดสัญญาประกัน ๕๐๐ บาท และให้จำเลยไว้เพื่อปฏิบัติตามคำบังคับของศาล ฯลฯ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ปล่อยจำเลยและคืนเงินค่าปรับ ๕๐๐ บาท แก่จำเลย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จะถือว่านายเอี๋ยวเป็นบริวารของจำเลย ซึ่งจะต้องออกจากที่พิพาทโดยคำพิพากษาของศาลที่บังคับในกรณีด้วย แต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่า จำเลยไม่อยู่ในฐานะที่จะบังคับให้นายเอี๋ยว ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาทไปโดยพละการ และจำเลยก็เคยยื่นคำแถลงขอให้ศาลเรียกนายเอี๋ยวมาสอบถามเพื่อจัดการได้ตามอำนาจของศาล แต่ศาลชั้นต้นไม่ได้จัดการตามคำแถลงของจำเลย ซึ่งรูปเรื่อง เช่นนี้ โจทก์ควรขอให้ศาลหมายเรียกนายเอี๋ยวมาจัดการว่ากล่าวบังคับให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัวนายเอี๋ยว ไม่ใช่เรื่องจำเลยขัดขืนไม่ทำตามคำบังคับของศาล
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272/2495
กรมคลัง โจทก์
นางผัน พึ่งประยูร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมคลัง · จำเลย - นางผัน พึ่งประยูร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติธรรมประกรณ์ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครใต้ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิทักษ์มนูศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา