⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 341/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 341/2495

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินและเรือนจากจำเลยโดยอ้างว่ามรดกยกให้โจทก์แต่ผู้เดียว แต่ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นมรดกของผู้ตายตกได้แก่โจทก์และจำเลย ดังนี้ ศาลก็อาจพิพากษาให้โจทก์รับส่วนแบ่งไปได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 142 ส่วนข้อที่ผู้ส่วนควรได้มรดกจะมีอยู่นั้นก็เป็นเรื่องของผู้นั้นจะต้องร้องขอเข้ามาเอง หาใช่เป็นหน้าที่ของศาลไม่ ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1622 เป็นบทบัญญัติห้ามมิให้พระภิกษุเรียกร้องเอาทรัพย์มรดกในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรม แต่ถ้าพระภิกษุถูกฟ้องเป็นจำเลยแล้ว ศาล พิพากษาให้พระภิกษุได้รับส่วนแบ่งมรดกด้วย ก็ไม่เป็นการขัดหับ ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1622

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1622

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินและบ้านเรือนจากจำเลยโดยอ้างว่า มารดาโจทก์ยกให้โจทก์ จำเลยเป็นผู้อาศับ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ฟังว่าที่ดินและบ้านเรือนมารดาโจทก์มิได้ยกให้บุตรคนใด จึงเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ จำเลย และวินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะฟ้องขอให้แสดงว่าที่ดินและเรือนเป็นของโจทก์ผู้เดียว แต่เมื่อได้ความว่าเป็นมรดกอันควรแบ่ง ศาลก็อาจแบ่งให้ได้ จึงพิพากษาให้แบ่งที่ พิพาทออกเป็น ๓ ส่วน ให้โจทก์จำเลยได้คนละส่วน แบ่งเรือนเป็นของโจทก์และพระภิกษุเสริฐจำเลยคนละครึ่ง จำเลยอุทธรณ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์สืบไม่สมฟ้อง และคดีไม่มีประเด็นมาทางมรดก ทั้งพระภิกษุประเสริฐจำเลยก็เป็นพระภิกษุตั้งแต่เมื่อใด ไม่ปรากฎ การให้แบ่งมรดกยังไม่สมควร และอาจขัดกับ ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๖๒๒ ได้ จึง พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกาขอให้แบ่งตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้คดีนีโจทก์จะไม่ได้ฟ้องของแบ่งมรดกโดยตรงก็ดี แต่ก็กล่าวอยู่ว่าที่ดินและเรือนพิพาทเป็นของนางธูปมารดา โจทก์และนายมาดนางเหมาะ ซึ่งเป็นบิดามารดาจำเลย ซึ่งได้ตายไปแล้ว แลจำเลยก็รับในข้อนี้ แต่ต่างฝ่ายต่างเถียงกันว่าเป็นของตนฝ่ายเดียว หากทางพิจารณาฟังว่า เป็นมรดกอันควรแบ่ง ศาลก็อาจพิพากษาให้โจทก์ได้รับส่วนแบ่งไปได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๑๔๒ ส่วนข้อที่มีส่วนควรได้มรดกอาจจะมีอยู่นั้น ก็เป็นเรื่องของผู้นั้นจะต้องร้องขอเข้ามาเอง หาใช่เป็นหน้าที่ของศาลไม่ ส่วนข้อที่ปรากฏว่านายประเสริฐจำเลยเป็นพระภิกษุนั้น คดีนี้พระภิกษุประเสริฐไม่ใช่เป็นผู้เรียกร้องเอาทรัพย์มรดก หากแต่ถูกฟ้องเป็นจำเลย จึงไม่เป็นการขัดกับ ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๖๒๒ อย่างใด จึง พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 341/2495 นายไหม รักตะวัติ โจทก์ นายแม้น รักตะวัติ ที่ 1, นายประเสริฐ พิทักษ์เถื่อน ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไหม รักตะวัติ · จำเลย - นายแม้น รักตะวัติ ที่ 1, นายประเสริฐ พิทักษ์เถื่อน ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ประมูล สุวรรณศร · ประมูล สุวรรณศร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายสวิง ลัดพลี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงยุติศาสตร์โกศล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา