⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 485/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 485/2495

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ขายได้ขอซื้อทรัพย์สินคืนภายในกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้แล้ว แต่ผู้ซื้อไม่ยอมขายคืน ผู้ขายย่อมมีสิทธิฟ้องร้องบังคับตามสัญญาได้ แม้จะฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวไปแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ขายนาให้จำเลยแล้วมีข้อสัญญากันว่า ต่อไปในวันข้างหน้าในระยะครบ 2 ปี เป็นจำนวน พ.ศ. 2493 หรือ 2494 ถ้าโจทก์นำเงินมาซื้อคืนได้ จำเลยจะต้องขายนาคืนให้ นั้นย่อมหมายความว่า โจทก์มีสิทธิซื้อคืนได้ภายในระยะ 2 ปี นับแต่วันทำสัญญากันนั้นเอง สุดแต่จะไปครบ 2 ปี ใน ปี พ.ศ. 2493 หรือ พ.ศ. 2494 โจทก์ฟ้องว่า ได้ไปขอซื้อนาคืนจากจำเลยในต้น พ.ศ. 2494 แต่จำเลยไม่ยอมขายคืนให้ ฯลฯ จำเลยไม่ได้ให้การกล่าวถึงหรือปฏิเสธความข้อนี้ประการใด จึงต้องถือว่าจำเลยรับในข้อเท็จจริงข้อที่โจทก์ฟ้องนี้แล้ว โจทก์ขายนาให้จำเลยโดยมีข้อสัญญากันว่า โจทก์มีสิทธิขอซื้อคืนได้ภายในกำหนด 2 ปี ครั้นต่อมาโจทก์ได้ขอซื้อคืนภายในระยะเวลาปีอันเป็นระยะเวลาที่โจทก์มีสิทธิขอซื้อคืนได้ เมื่อจำเลยไม่ยอมขาย ย่อมถือได้ว่า จำเลยผิดสัญญา โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาได้ และโจทก์จะยื่นฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 2 ปีแล้วก็ได้ เพราะโจทก์ได้ขอซื้อคืนไว้ภายในระยะ 2 ปี แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.454

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ได้ขายนาให้จำเลย มีข้อสัญญาว่าภายในระยะ ๒ ปี โจทก์หาเงินมาคืนให้จำเลยได้ จำเลยจะคืนนาให้โจทก์ แต่บัดนี้โจทก์นำเงินไปชำระแก่จำเลยเพื่อขอคืนนา จำเลยไม่ยอม จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ฟ้องเมื่อเกินกำหนด ๒ ปี แล้ว ไม่มีสิทธิจะขอคืนนาได้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยรับชำระเงินจากโจทก์ แล้วคืนนาแก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อสัญญามีว่า ต่อไปในวันข้างหน้า ในระยะเวลา ๒ ปี เป็นจำนวน พ.ศ. ๒๔๙๓ หรือ พ.ศ. ๒๔๙๔ ถ้าโจทก์นำเงินมาซื้อคืนได้ จำเลยจะต้องขายคืนให้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า หมายความว่า ให้ซื้อคืนได้ภายในระยะเวลา ๒ ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ หรือ ๒๔๙๔ นั้น มุ่งหมายว่า ให้ถือเอาเวลาครบ ๒ ปี เป็นใหญ่ สุดแต่จะครบในปี พ.ศ. ๒๔๙๓ หรือ ๒๔๙๔ มิฉะนั้นที่กำหนดระยะเวลาครบ ๒ ปี กันไว้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร หากจะซื้อคืนได้จนถึงสิ้นปี ๒๔๙๔ ก็จะเป็นกว่า ๒ ปี ก็ยังซื้อคืนได้ ส่วนการแปลข้อความในฟ้องของโจทก์ว่า โจทก์ได้ไปขอซื้อนาคืนจากจำเลยในต้นปี พ.ศ. ๒๔๙๔ แต่จำเลยไม่ยอมขายคืนนั้น ฟ้องข้อนี้จำเลยไม่ได้ให้การถึงหรือปฏิเสธประการใด ต้องถือว่าจำเลยรับในข้อเท็จจริงข้อนี้แล้ว จึงฟังว่าโจทก์ได้ขอซื้อคืนภายใน ๒ ปี เมื่อจำเลยไม่ยอมขาย จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 485/2495 นายมุก จำนงจันทร์ โจทก์ นายกระจ่าง กมลศิลป์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายมุก จำนงจันทร์ · จำเลย - นายกระจ่าง กมลศิลป์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทประชา · นนทประชา · ทรงนิติกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลพิจิตร - นายประสิทธิ สงขกุล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 142/2492ฎีกา 2749/2538ฎีกา 591/2531ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 7903/2568ฎีกา 272/2490ฎีกา 4590/2553ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3827/2542ฎีกา 2752/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา