⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 968/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 968/2495

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* คู่ความต้องกล่าวอ้างข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้เป็นประเด็นขึ้นมาในคดีเพื่อให้ศาลวินิจฉัย * ภรรยาที่กระทำการในฐานะตัวแทนของสามี ไม่ต้องรับผิดในหนี้สินที่เกิดจากการกระทำนั้น * ผู้ค้ำประกันรับผิดไม่เกินวงเงินที่ค้ำประกันไว้ แม้ลูกหนี้จะก่อหนี้สินเกินกว่านั้น

ย่อคำพิพากษา

คำให้การของจำเลยที่ตัดฟ้องว่า โจทก์ไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะลงนามแทนสำนักนายกรัฐมนตรีได้ นั้น ย่อมไม่ทำให้เกิดประเด็นที่ศาลจะต้องยกขึ้นวินิจฉัยเพราะจำเลยหาได้ยกข้อเท็จจริงอย่างใดขึ้นกล่าวอ้างให้เป็นประเด็นเพื่อให้ศาลได้วินิจฉัยไม่ว่าด้วยเหตุใด หรือเนื่องด้วยพฤติการณ์อย่างใดโจทก์จึงไม่มีอำนาจ และการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นคือบทกฎหมายบทใดข้อใด แม้ข้อเท็จจริงบางอย่างศาลรังรู้ได้เอง แต่คู่ความจะต้องกล่าวอ้างข้อเท็จจริงนั้นให้เป็นประเด็นขึ้นมาในคดี แม้แต่ข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นต่อสู้ ก็จะต้องกล่าวอ้างเช่าเดียวกัน ภรรยากระทำการไปในฐานะเป็นตัวแทนของสามี ภรรบาจึงไม่ต้องรับผิดในหนี้สินอันเกิดจากการที่กระทำไปตามหน้าที่ตัวแทนหรือร่วมกับสามีเป็นตัวการ ทำสัญญาค้ำประกันให้ผู้ขายหากผู้ซื้อละเมิดสัญญาหรือมีหนี้สินประกันยอมรับผิด และชดใช้ค่าเสียหายแทน ไม่เกินวงเงินจำนวนหนึ่ง เมื่อผู้ซื้อไปทำหนี้สินเกินกว่าจำนวนเงินที่คำประกันไว้ ผู้ค้ำประกันก็คงรับผิด ไม่เกินกว่าเงินที่ค้ำประกันไว้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า คณะรัฐมนตรีได้จัดตั้งองค์การสรรพาหารขึ้น เพื่อดำเนินการลดค่าครองชีพ โจทก์เป็นผู้ควบคุมดูแลรับผิดชอบ จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาซื้อเชื่อสินค้าจากองค์การสรรพาหาร นายถวิล อุดลจำเลยที่ ๓ ได้ทำสัญญาค้ำประกัน จำเลยที่ ๒ เป็นภรรยาจำเลยที่ ๑ ร่วมทำการค้ากับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ - ๒ ได้ซื้อเชื่อสินค้าจากองค์การสรรพหาร ไปยังไม่ได้ชำระราคา รวมเป็นราคา ๑๖,๑๐๑ บาท ๖๗ สตางค์ จึงขอให้จำเลยชำระ ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ - ๒ ชำระค่าสินค้า ๑๖,๑๐๑ บาท ๖๗ สตางค์ พร้อมทั้งดอกเบี้ย ถ้าจำเลยที่ ๑ , ๒ ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ ๓ ชำระแทน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยชำระแล้ว ๔๐๐ บาท จึงพิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๑ - ๒ ใช้เงิน ๑๕,๗๐๑ บาท ๖๗ สตางค์ ถ้าจำเลยที่ ๑ - ๒ ไม่ชำระ หรือชำนะไม่ครบให้จำเลยที่ ๓ ชำระแทน แต่ไม่เกิน ๑๕๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้แต่เพียงว่า "จำเลยขอตัดฟ้องว่าจอมพล ป.พิบูลสงคราม ไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะลงนามแทนสำนักนายกรัฐมนตรีได้" นั้นจำเลยหาได้ยกข้อเท็จจริงอย่างใดขึ้นกล่าวอ้างให้เป็นประเด็นเพื่อให้ศาลได้วินิจฉัยไม่ว่าด้วยเหตุใดหรือเนื่องจากพฤติการณ์อย่างใด จอมพล ป.พิบูลสงคราม จึงไม่มีอำนาจ และการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น คือกฎหมายบทใด ข้อใด จริงอยู่ข้อเท็จจริงบางอย่างศาลรับรู้ได้เอง แต่คู่ความจะต้องกล่าวอ้างข้อเท็จจริงนยน้นให้เป็นประเด็นขึ้นมาในคดี แม้แต่ข้อกฎหมายที่ประสงค์จะยกขึ้นต่อสู้ ก็จะต้องกล่าวอ้างเช่นเดียวกัน ฉะนั้นคำให้การแต่เพียงว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่ทำให้เกิดประเด็นที่ศาลจะต้องยกขึ้นวินิจฉัย และไม่เป็นประเด็นที่จะนำสืบได้ ส่วนปัญหาข้อเท็จจริงคงฟังตามศาลล่าง แต่สำหรับตัวจำเลยที่ ๒ ได้กระทำการไปในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ ๑ เท่านั้น ฉะนั้นจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ส่วนคดีสำหรับจำเลยที่ ๓ ผู้ค้ำประกัน เมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระหรือไม่ชำระไม่ครบ ก็จำต้องรับผิดชอบตามสัญญาที่ลงนามค้ำประกันไว้ คือไม่เกินวงเงิน ๑๕๐๐๐ บาท จึงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิด ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 968/2495 สำนักนายกรัฐมนตรี โจทก์ นายกฤษณ์ สงวนวงศ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สำนักนายกรัฐมนตรี · จำเลย - นายกฤษณ์ สงวนวงศ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · ดุลยการณ์โกวิท · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายถาวร หุตะโกวิท · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยการณ์พิทาร์ณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1800/2511ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 6/2475ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 5351/2538ฎีกา 72/2505ฎีกา 158/2509ฎีกา 1808/2512ฎีกา 311/2538ฎีกา 156/2513ฎีกา 3160/2545ฎีกา 119/2532ฎีกา 2801/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา