คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2496
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่สามีไม่ให้ความอุปการะเลี้ยงดูภริยาตลอดเวลาที่แยกกันอยู่ ถือได้ว่าสามีได้สละละทิ้งภริยาแล้ว ภริยาย่อมมีสิทธิทำการผูกพันสินสมรสได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามี
ย่อคำพิพากษา
สามีภริยาแยกกันอยู่ประมาณ 8 ปี เนื่องจากเกิดทะเลาะกันต่างไม่พอใจอยู่รวมกัน ภริยาจึงแยกไปอยู่ที่อื่น อันเป็นความพอใจของสามี ส่วนสามีคงอยู่ที่บ้านเรือนเดิม ตลอดเวลาที่แยกกันอยู่สามีไม่ได้ให้ความอุปการะส่งเสียเงินทองเลี้ยงดูภริยาอย่างใดเลยดังนี้ ถือได้ว่าสามีได้สละละทิ้งภริยาตาม ป.พ.พ.ม.39(2) แล้ว ภริยาจึงย่อมทำการผูกพันส่วนของตนในสินบริคนห์ได้โดยมิพักต้องได้รับอนุญาตจากสามี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นภริยาโจทก์เอาที่ดินพิพาทอันเป็นสินบริคนห์ของโจทก์ไปขายให้จำเลยที่ ๒ โดยมิได้รับความยินยอมของโจทก์โจทก์จึงบอกล้างนิติกรรมนั้นแล้ว จำเลยก็เพิกเฉยเสีย จึงให้ศาลพิพากษาทำลายนิติกรรมการขายดังกล่าว
จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่ามีสิทธิขายไว้
จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่า ซื้อไว้โดยสุจริต
ศาลแพ่งพิจารณาพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินบริคณห์ แม้โจทก์และจำเลยจะแยกกันอยู่ จำเลยที่ ๑ ก็ไม่มีอำนาจไปทำนิติกรรมขายได้ตามลำพังจึงพิพากษาว่านิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยเป็นโมฆะ ให้เพิกถอนทำลายเสีย ฯลฯ
จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์และจำเลยที่ ๑ แยกกันอยู่ประมาณ ๘ ปีแล้ว เนื่องจากเกิดทะเลาะกัน ต่างไม่พอใจอยู่ร่วมกันจำเลยที่ ๑ จึงแยกไปอยู่ที่อื่นอันเป็นความพอใจของโจทก์ ส่วนโจทก์คงอยู่ที่บ้านเรือนเดิม ก่อนจำเลยที่ ๑ ขายที่พิพาทให้จำเลยที่ ๒ ได้เคยขายที่ดินแห่งอื่นไป โจทก์ทราบก็ยินยอมไม่คัดค้านอะไร เป็นแต่ขออย่าให้จำเลยที่ ๑ กลับมาอยู่บ้านโจทก์อีกเท่านั้นตลอดเวลา ๘ ปีที่จำเลยต้องแยกไปอยู่ที่อื่นนี้ โจทก์ไม่ได้ให้ความอุปการะส่งเสียงเงินทองเลี้ยงดูจำเลยที่ ๑ อย่างใดเลย จำเลยที่ ๑ จึงขายที่ดิน ๒ โฉนดรายพิพาทให้จำเลยที่ ๒ ไปโดยมิได้รับความยินยอมของโจทก์ ตามพฤติการณ์ที่ได้ความมาดังนี้ เป็นอันฟังได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ ๑ ต่างทอดทิ้งซึ่งกันและกัน โดยโจทก์มิได้ให้ความอุปการะเลี้ยงดูจำเลที่ ๑ และไม่ต้องการให้จำเลยที่ ๑ กลับมาอยู่ร่วมบ้านกับโจทก์ด้วย เห็นว่ารูปคดีมีเหตุผลเพียงพอถือได้ว่า สามีได้สละละทิ้งภริยาตาม ป.พ.พ.มาตรา ๓๙ (๒) หญิงมีสามีจึงย่อมทำการผูกพันส่วนของตนในสินบริคณห์ได้ โดยมิต้องได้รับอนุญาตจากสามี
จึงพิพากษาแก้ให้เพิกถอนทำลายนิติกรรมการซื้อขายระหว่างจำเลยได้เพราะส่วนบริคนห์ในส่วนของโจทก์เท่านั้น ฯลฯ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2496
พระยาประสิทธิสงคราม โจทก์
คุณหญิงพลับ ประสิทธิสงคราม ที่ 1 นายวิชัย มีทวพันธ์ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พระยาประสิทธิสงคราม · จำเลย - คุณหญิงพลับ ประสิทธิสงคราม ที่ 1 นายวิชัย มีทวพันธ์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทประชา · มนูภันย์วิมลสาร · ทรงนิติกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพยประชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา