⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1473/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1473/2496

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ภริยาสามารถทำการอันผูกพันส่วนของตนในสินสมรสได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามี หากไม่ปรากฏว่าสามียังมีชีวิตอยู่หรือไม่ โดยต้องพิจารณาตามหลักกฎหมายว่าด้วยการสาบสูญ

ย่อคำพิพากษา

สามีภริยาอยู่กินด้วยกัน เกิดบุตรหลายคน สามีได้ไปเมืองเมกกะตั้งแต่ก่อนเกิดสงครามเอเชียบูรพา คือราว 10 ปีมาแล้ว ไม่ได้กลับมาเลย และไม่ปรากฎว่าได้ส่งข่าวคราวถึงภริยาเลย ดังนี้ หากภริยาไปกู้เงินผู้อื่นเขามาใช้จ่ายก็ย่อมจะถือได้ว่าขณะที่ภริยากู้เงินเขานี้ เป็นการไม่แน่นอนว่าสามียังมีชีวิตอยู่หรือตายแล้ว กรณีต้องต้องด้วย ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 39(1) ภริยาย่อมทำการอันผูกพันส่วนของตนในสินบริคณห์ได้โดยมิต้องได้รับอนุญาตจากสามี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑,๒ เป็นสามีภริยากัน จำเลยที่ ๒ ไปประเทศปากีสถานแล้วเลยหายสาปสูญเป็นเวลา ๑๐ ปีเศษ ระหว่างเวลาเหล่านี้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ดูแลอุปการะครอบครัว ได้กู้เงินโจทก์ไปอุปการะเลี้ยงดูครอบครัวและการศึกษาของบุตร ครบกำหนดแล้วไม่ใช้ จำเลยที่ ๒ ก็ปฏิเสธ จึงขอให้บังคับให้จำเลยร่วมกันใช้เงินรายนี้ให้โจทก์ จำเลยที่ ๑ รับตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่ามิได้หายสาปสูญ ฯลฯ ศาลชั้นต้นฟังว่าเป็นกรณีต้องด้วยข้อยกเว้นตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา ๓๙(๑) นิติกรรมกู้เงินที่จำเลยที่ ๑ ทำไป จึงเป็นการสมบูรณ์ผูกพันส่วนของจำเลยที่ ๑ ในสินบริคณห์โดยมิต้องรับอนุญาตจากจำเลยที่ ๒ ผู้เป็นสามี จึงพิพากษาว่า หนี้ ๔๕๐๐ บาท กับดอกเบี้ย ๔๙ บาท ผูกพันส่วนของจำเลยที่ ๑ ในสินบริคณห์ จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดใช้ให้โจทก์ ยกฟ้องคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ และให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียม ค่าทนาย ๒๐๐ บาทแทนโจทก์ ส่วนค่าฤชาธรรมเนียม และค่าทนายสำหรับจำเลยที่ ๒ ให้เป็นพับ จำเลยที่ ๒ เท่านั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้ง ๒ เป็นสามีภริยากันมาช้านานแล้ว เกิดบุตรด้วยกันหลายคน จนจำเลยที่ ๒ ได้ไปเมืองเมกกะ ตั้งแต่ก่อนเกิดสงครามเอเชียบูรพา คือเมื่อราว ๑๐ ปีมาแล้ว ระหว่างนั้นจำเลยที่ ๒ ไม่ได้กลับมาเลย เพิ่งกลับเมืองไทยเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๔ นี้เอง ก่อนจำเลยที่ ๒ กลับมาจำเลยที่ ๑ ได้สามี แต่ยังไม่ได้แต่งงานกันตามทางศาสนาอิสสลาม เมื่อจำเลยที่ ๒ กลับมาแล้ว จำเลยที่ ๑ ได้ฟ้องขอหย่าจากจำเลยที่ ๒ แต่ศาลยกฟ้อง พฤติการณ์ ต่าง ๆ ส่อแสดงให้เห็นว่า ขณะทำสัญญากู้เงินโจทก์นี้เป็นการไม่แน่นอนว่าจำเลยที่ ๒ ยังมีชีวิตอยู่หรือตายแล้ว กรณีต้องด้วย ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา๓๙(๑) จำเลยที่ ๑ ย่อมทำการอันผูกพันส่วนของตนในสินบริคณห์ได้ โดยมิต้องได้รับอนุญาตของจำเลยที่ ๒ ผู้เป็นสามี ฯลฯ คงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1473/2496 นายเต็กหิ้น แซ่กัง โจทก์ นางต่วนเยาะ บินต่วนลอนิ ที่ 1 นายหะยีอับดุลฮานัน ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเต็กหิ้น แซ่กัง · จำเลย - นางต่วนเยาะ บินต่วนลอนิ ที่ 1 นายหะยีอับดุลฮานัน ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ธรรมบัณฑิต · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนราธิวาส - นายแผลง สระวาสี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒินัยเนติศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 531/2491ฎีกา 819/2500ฎีกา 114/2488ฎีกา 2159/2517ฎีกา 174/2488ฎีกา 1242/2496ฎีกา 1216/2502ฎีกา 377/2478ฎีกา 71/2490ฎีกา 1006/2474ฎีกา 710/2490
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา